สปสช.สรุปสัปดาห์แรก 30 บาทรักษาทุกที่ ‘คูปอง’ ใช้สิทธิที่ร้านยา-คลินิกได้ตามความจำเป็น

21.01.26 | 11:27 น.

สปสช.สรุปสัปดาห์แรก 30 บาทรักษาทุกที่ ‘คูปอง’ ใช้สิทธิที่ร้านยา-คลินิกได้ตามความจำเป็น

วันนี้ (21 มกราคม 2569) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สรุปภาพรวมการดำเนินงาน “30 บาทรักษาทุกที่” รูปแบบใหม่ ที่ร้านยาและคลินิกเอกชนที่เข้าร่วม ภายหลังเริ่มดำเนินการช่วงวันที่ 12–19 มกราคม 2569 พบว่า มีประชาชนให้ความสนใจใช้บริการสูงในช่วงเริ่มต้น พร้อมทั้งปรับการเปิด “คูปองใช้สิทธิแบบ QR Code” ให้เหมาะกับการใช้งานจริง เพื่อช่วยลดความแออัด เพิ่มการเข้าถึง ทั้งนี้ ระบบใหม่เน้นความปลอดภัย: สแกนใบหน้า–เชื่อมข้อมูลสุขภาพ ลดสวมสิทธิ

ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ระบบใหม่นี้ยึดหลัก “คูปองใช้สิทธิ” เพื่อให้การรับบริการเป็นระบบ วางแผนได้ และช่วยกระจายการเข้าถึงบริการ โดยประชาชนยังคง ใช้สิทธิบัตรทองได้ตามความจำเป็นด้านสุขภาพ และย้ำว่า “สิทธิบัตรทองไม่หมด ไม่ถูกตัดสิทธิ” หากช่วงเวลาหนึ่งมีการใช้งานหนาแน่นจนระบบหน่วงหรือการยืนยันตัวตนขัดข้อง เป็นประเด็นทางเทคนิคจากผู้เข้าใช้พร้อมกันจำนวนมาก ซึ่งได้เร่งแก้ไขและเสริมความเสถียรแล้ว

ทพ.อรรถพร กล่าวว่า ช่วงเริ่มต้นมีการเปิดจองผ่าน LINE OA สปสช. (ไลน์ไอดี @nhso) ในช่วงเวลา 06.00–18.00 น. และให้คูปองใช้สิทธิในรูปแบบของ QR Code มีอายุ 6 ชั่วโมง ทำให้บริการบางประเภทมีความต้องการสูงมาก ส่วนใหญ่คือบริการเจ็บป่วยเล็กน้อยที่ร้านยาและคลินิกเวชกรรม จนการใช้สิทธิแบบรายสัปดาห์ถูกใช้ไปอย่างรวดเร็วในช่วงวันแรก ๆ ดังนั้นเพื่อกระจายการเข้าถึงและลดความแออัด สปสช.ได้ปรับแนวทางการเปิดสิทธิเป็นรายวันเพื่อให้ประชาชนที่มีเวลาต่างกันสามารถเข้าถึงบริการได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากการติดตามพบว่า “จำนวนสิทธิรายสัปดาห์” ของบางบริการมีความเพียงพอ (เช่น กลุ่มกายภาพบำบัด และเทคนิคการแพทย์) สปสช.จะใช้ผลการดำเนินงานจริงเป็นฐานในการปรับการจัดสรรคูปองให้เหมาะสมต่อเนื่องในบริการที่มีความต้องการสูง

“ขณะนี้ สปสช.อยู่ระหว่างวิเคราะห์จำนวนการรับบริการรายสัปดาห์ เพื่อปรับการจัดสรรคูปองให้เหมาะสมยิ่งขึ้น และกระจายการเข้าถึงให้ทั่วถึงต่อเนื่อง” ทพ.อรรถพร กล่าว

Advertisement

รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า การใช้ “คูปองสุขภาพ” เปรียบเสมือนการจองสิทธิไว้ล่วงหน้า ช่วยให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า เมื่อเดินทางไปถึงหน่วยบริการแล้ว จะได้รับการดูแลตามสิทธิอย่างแน่นอน ลดเวลารอคอย และช่วยให้หน่วยบริการสามารถเตรียมความพร้อมในการดูแลผู้รับบริการได้อย่างเหมาะสม ไม่ได้เป็นการจำกัดสิทธิของประชาชน แต่เป็นเครื่องมือช่วยจัดสรรการเข้ารับบริการให้เหมาะสมกับศักยภาพของหน่วยบริการในแต่ละช่วงเวลา เพื่อให้ทุกคนได้รับบริการที่มีคุณภาพ เท่าเทียม และปลอดภัย

“สปสช. ขอย้ำว่าบริการนวัตกรรม 30 บาทรักษาทุกที่ ที่ร้านยาและคลินิกเอกชน ยังคงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญในการดูแลสุขภาพประชาชน โดยประชาชนสามารถเลือกใช้บริการได้ตามความจำเป็นด้านสุขภาพ ผ่านการกดรับคูปองบริการสุขภาพล่วงหน้าได้ เพิ่มความมั่นใจ ลดความแออัด และช่วยให้การเข้ารับบริการเป็นไปอย่างราบรื่น” ทพ.อรรถพร กล่าว

ทพ.อรรถพร กล่าวว่า ระบบใหม่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความโปร่งใส โดยการยืนยันตัวตนด้วย สแกนใบหน้า ช่วยป้องกันการสวมสิทธิ และการ เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพผ่านระบบ Health Link และหมอพร้อม ช่วยให้การดูแลต่อเนื่อง เหมาะสมมากขึ้น พร้อมยืนยันว่าเหตุขัดข้องที่พบช่วงแรกเป็นเรื่องเทคนิคจากการใช้งานหนาแน่น ปัจจุบันปรับปรุงแล้ว และจะเดินหน้าให้บริการได้เต็มศักยภาพตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2569 เป็นต้นไป

ทพ.อรรถพร กล่าวว่า นอกจากนี้ จะมีทีมงานติดตามการใช้งานเชิงระบบ (audit/monitor) เพื่อเฝ้าระวังยอดใช้งานผิดปกติและแก้ไขได้ทันท่วงที พร้อมพัฒนาการเชื่อมโยงระบบกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยมีข้อมูลกำกับว่า ในส่วนของการเชื่อมข้อมูลกับสภาวิชาชีพเพื่อให้ร้านยาและคลินิกเอกชนอัปเดทข้อมูลหรือ Reactivate การให้บริการในรูปแบบใหม่นั้น ขณะนี้เชื่อมโยงเกือบครบทุกวิชาชีพแล้ว เหลือเพียงสภาการพยาบาลที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงและจะดำเนินการได้ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ เมื่อมีการเชื่อมโยงข้อมูลแล้ว คลินิกการพยาบาลจะสามารถอัปเดทข้อมูลและเริ่มให้บริการ 30 บาทรักษาทุกที่รูปแบบใหม่ได้

“ปัจจุบันจากร้านยาและคลินิกเอกชนในระบบ 30 บาทรักษาทุกที่ประมาณ 15,000 แห่งนั้น มีการอัพเดตข้อมูลแล้วประมาณ 1 ใน 3 หรือ 5,000 แห่ง และทยอยอัพเดตเรื่อยๆ เพื่อปรับการให้บริการประชาชนรูปแบบใหม่ต่อไป” ทพ.อรรถพร กล่าวและว่า ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบขั้นตอนการใช้บริการและค้นหาหน่วยบริการที่เข้าร่วมผ่านเว็บไซต์ สปสช. https://media.nhso.go.th/30plus/map_responsive.php หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ สายด่วน สปสช. 1330