ประกันสังคมก้าวหน้า ร่ายยาว ทำไมเงินผู้ประกันตน ล้วงง่าย ชี้ ถึงเวลาดึงออกจากระบบราชการ
เมื่อวันที่ 22 มกราคม เฟซบุ๊กแฟนเพจ ประกันสังคมก้าวหน้า ได้โพสต์ว่า “ทำไมกระทรวงแรงงานตอนปี 2561 ต้องมาล้วงเงินผู้ประกันตนและนายจ้างไปทำโรงอาหารกระทรวง?
ตอบ: เพราะเงินกองทุนประกันสังคม “ล้วงง่าย” สามารถอนุมัติใช้ได้ตลอดปี แตกต่างจากงบประมาณประจำปีของกระทรวงแรงงานที่ต้องผ่านการกลั่นกรองและตรวจสอบจากรัฐสภา
ส่วนงบประมาณบริหารของสำนักงานประกันสังคมตามกฎหมายประกันสังคม ระบุไว้ใน มาตรา 24 ความว่า “….คณะกรรมการอาจจัดสรรเงินกองทุนไม่เกินร้อยละสิบของเงินสมทบของแต่ละปี เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของสำนักงาน…” หมายความว่าสำนักงานและบอร์ดสามารถใช้งบประจำมีจากเงินสมทบในปีนั้น ๆ ได้ทันทีไม่เกิน 10% ของเงินสมทบที่ได้รับในแต่ละปี
ปีนึงสำนักงานจะจัดเก็บเงินสมทบประมาณหลายแสนล้านบาทหากจะตั้งกรอบงบจริง ๆ ก็ตั้งได้ปีละเป็นหมื่นล้าน และงบส่วนนี้มีกระบวนการกลั่นกรองเองภายในจากข้าราชการและอนุกรรมการงบที่บอร์ดตั้งขึ้น สรุปง่าย ๆ คือ ตั้งเอง กลั่นกรองเอง ตรวจสอบตัวเอง เป็นแบบนี้มาตลอด 34 ปี
งบด่วน ไม่ต้องผ่านรัฐสภา ไม่จำเป็นต้องตั้งงบประมาณเป็นรายปี ตั้งแค่กรอบงบไว้กว้าง ๆ แล้วล้วงมาใช้ตอนไหนก็ได้ถ้ายังอยู่ในกรอบงบประมาณซึ่งแต่ละปีจะตั้งสูงเกินกว่าที่ใช้จริงประมาณ 10-20% เป็นปกติอยู่แล้ว
ในกระบวนการบอร์ดจะตั้งอนุกรรมการงบประมาณมากลั่นกรองและส่งต่อให้บอร์ดประกันสังคมอนุมัติงบ หากรัฐมนตรีแรงงาน มีใบสั่งให้ทำโครงการหรือล้วงเงินประกันสังคมช่วงไหน สำนักงานก็จะตั้งโครงการชงมาที่อนุกรรมการงบประมาณแล้วดันจนผ่านบอร์ดประกันสังคมอนุมัติทันที
บอร์ดในอดีตทำหน้าที่เป็นแค่ตรายาง คอยผ่านโครงการล้วงเงินเหล่านี้ให้รัฐมนตรีแรงงานใช้ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ง่ายกว่ามากหากรัฐมนตรีแรงงานคนไหนจะใช้เงินประกันสังคมทำโครงการเร่งด่วน โดยไม่อยากถูกตรวจสอบ และด้วยความที่ประกันสังคมอยู่ในระบบราชการมีอธิบดีกรมหรือในประกันสังคมจะเรียกเลขาธิการสำนักงานถูกแต่งตั้งมาจากปลัดกระทรวงและรัฐมนตรีจึงทำตามคำสั่งโดยไม่ได้จำเป็นต้องสนใจผู้ประกันตนหรือนายจ้างเลยก็ได้
เพราะถ้าไม่ทำก็จะโดนเด้งแบบในกรณีโรงอาหาร หากไปดูช่วงเวลาที่จะเซ็นโครงการ มีเลขาธิการคนหนึ่งถูกเด้งออก แล้วส่งอีกคนเข้ามาเซ็นจนพวกเรานายจ้างและผู้ประกันตนได้กลายเป็นเจ้าของโรงอาหารกระทรวงแรงงาน 12 ล้านแบบไม่รู้ตัวในปัจจุบัน
สถานะที่คลุมเครือของสำนักงานประกันสังคม ที่เกิดเป็นกรมในกระทรวงแรงงาน แต่ใช้จ่ายเงินได้แบบองค์กรอิสระจึงเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้เกิดรูรั่วของงบประมาณสามารถล้วงเงินออกไปได้ง่าย ๆ ภายใต้ความลับปิดลับของระบบราชการ ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยโปร่งใส หรือยึดโยงกับประชาชน แต่ทำตามคำสั่งนายที่เป็นอธิบดีเป็นปลัดเป็นรัฐมนตรีอย่างเดียวตลอดมา
ถึงเวลาแล้วที่เราต้องนำประกันสังคมออกนอกระบบราชการนี้เสียที กลับมาเป็นของประชาชน ให้ประชาชนมีส่วนร่วมเลือกนโยบายเลือกตัวแทนเข้ามาบริหารด้วยตัวเอง

