ประกันสังคม แจงดราม่าทียูโดม ชี้เป็นหน่วยลงทุน ได้คืนแล้ว 159 ล้าน มีแนวโน้มดี มั่นใจไม่ขาดทุน
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 มกราคม ที่สำนักงานใหญ่ประกันสังคม น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม แถลงข่าวชี้แจงกรณีการนำเงินกองทุนประกันสังคม ไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ TU Dome ตามที่มีข่าวไป โดยได้รับเสียงวิพากวิจารณ์อย่างมาก เนื่องจากปัจจุบันอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวมีมูลค่าเหลือ 100 ล้านบาท จากที่ลงทุน 800 ล้านบาท ว่า สถานการณ์เงินและการบริหารเงินกองทุนประกันสังคม ปัจจุบันในปี 2568 มีเงินลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ สะสม 2.99 ล้านบาท นับว่ากองทุนมีเสถียรภาพมั่นคงและพร้อมดูแลสิทธิประโยชน์ให้ผู้ประกันตน การลงทุนโดยสำนักงานประกันสังคมจะผ่านการกลั่นกรองหลายชั้น ไม่สามารถตัดสินใจได้โดยลำพัง เช่น คณะกรรมการลงทุน คณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยงด้านการลงทุน เพื่อให้เกิดการคานอำนาจกัน จากนั้นก็จะนำเสนอสู่คณะกรรมการประกันสังคม หรือบอร์ดประกันสังคม ซึ่งในแต่ละขั้นตอนนั้นจะมีการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน

น.ส.กาญจนากล่าวว่า ปัจจุบันมีเงินลงทุนสะสมรวมทั้งสิ้น 2,859,400 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากเงินสมทบจากฝ่ายนายจ้าง ฝ่ายลูกจ้าง และฝ่ายรัฐบาล จำนวน 1,728,722 ล้านบาท ตลอดระยะเวลาตั้งแต่จัดตั้งกองทุนประกันสังคม สามารถสร้างผลตอบแทนสะสมจากการลงทุนได้สูงถึง 1,130,678 ล้านบาท โดยในปี 2568 สามารถสร้างผลตอบแทนที่รับรู้แล้วได้กว่า 80,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรา 6.1% ของพอร์ตการลงทุน โดยเป็นผลมาจากการจัดกลยุทธ์การลงทุน ที่ให้ความสำคัญกับเสถียรภาพกองทุน เพื่อการจ่ายสิทธิประโยชน์ในระยะยาวเป็นลำดับแรก โดยลงทุนในหลักทรัพย์มั่นคงสูง 69.01% และหลักทรัพย์เสี่ยง 30.99% ซึ่งแบ่งเป็นการลงทุนในประเทศ 60.47% และต่างประเทศ 39.53%

น.ส.กาญจนากล่าวต่อว่า ส่วนของกองทุนเงินทดแทน มีเงินลงทุนสะสมรวม 88,136 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินสมทบจากนายจ้างสุทธิ 52,664 ล้านบาท และผลตอบแทนสะสมจากการลงทุน 35,472 ล้านบาท โดยในปี 2568 สามารถสร้างผลตอบแทนที่รับรู้แล้วได้กว่า 4,228 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรา 5.68% ของพอร์ตการลงทุน โดยมีนโยบายเน้นความปลอดภัยของเงินทุนอย่างเข้มงวด โดยลงทุนในหลักทรัพย์มั่นคงสูงถึง 81.37% หลักทรัพย์เสี่ยงเพียง 18.63% ซึ่งแบ่งเป็นการลงทุนในประเทศที่สัดส่วน 71.54% และต่างประเทศ 28.46%

ด้าน นางนิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า สำหรับการลงทุนใน TU Dome ตามที่เป็นข่าวเผยแพร่ออกไปนั้น ข้อเท็จจริงคือ มีการลงทุนจริง แต่เป็นการซื้อหน่วยผ่านกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ที่มีทั้งหอพักนักศึกษา อพาร์ตเมนต์ และพลาซา ซึ่งปัจจุบันยังมีผู้เช่าอยู่ ประมาณ 60-70% แต่ในส่วนของพลาซาอาจจะมีผู้เช่าประมาณ 50% แต่ก็ไม่ได้ถึงกับร้าง โดยผู้บริหารกองทุนก็มีการรายงานผลกับประกันสังคมทุก 2 ไตรมาส และมีแผนดำเนินการเพื่อบริหารให้อสังหาริมทรัพย์เหล่านั้นทำรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งยอมรับว่า เป็นกองทุนประเภทอสังหาริมทรัพย์แรกที่ทางประกันสังคมได้ลงทุนไป เมื่อปี 2548 โดยซื้อในตลาดแรก (IPO) ของกองทุน ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) พร้อมย้ำว่า มีการประเมินผลตอบแทนในระยะยาว เพื่อนำผลกำไรมาเป็นเงินชดเชยด้านต่างๆ ให้ผู้ประกันตน ส่วนที่มีการลงทุนใน TU Dome เป็นจำนวนมากนั้น เนื่องจากข้อมูล ณ ขณะนั้นต่างจากวันนี้ ตอนนั้นไม่ได้มีกองทุนอสังหาริมทรัพย์ภายในประเทศมากนัก นอกจากนั้นยังมีกฎระเบียบของการลงทุนที่ทางกองทุนประกันสังคมต้องปฏิบัติ

นางนิยดากล่าวว่า การลงทุนในกองทุนรวม TU-PF เป็นการลงทุนในรูปแบบหน่วยลงทุน โดยได้เริ่มลงทุนเมื่อปลายปี 2549 เป็นเงินรวม 800 ล้านบาท ปัจจุบัน ได้รับเงินคืนจากการลงทุนมาแล้วรวม 159 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม มูลค่าตลาด เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ จากการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้น โดยมีอุปทานใหม่จากภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ในปัจจุบัน สำนักงานประกันสังคมมีการลงทุนในกองอสังหาริมทรัพย์ในประเทศรวมทั้งสิ้นจำนวน 30,319 ล้านบาท และได้รับเงินปันผลมาแล้วตั้งแต่เริ่มลงทุนกว่า 18,636 ล้านบาท สำหรับในรอบปี 2568 ได้รับเงินปันผลมาแล้ว 1,847 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 6.09% โดยการลงทุนในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ มีลักษณะการลงทุนระยะยาวที่หวังผลตอบแทนในรูปเงินปันผลและมูลค่าทรัพย์สินที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น
เมื่อถามถึงกรณีที่มีการสื่อสารว่า ผู้ประกันตนเป็นเจ้าของตึกที่ประกันสังคมซื้อไว้ นางนิยดากล่าวว่า ต้องย้ำว่าจนถึงปัจจุบันนี้กองทุนประกันสังคมไม่เคยซื้อตึก เราลงทุนอสังหาริมทรัพย์ผ่านหน่วยลงทุนนั้นๆ ไม่เคยซื้อตึกโดยตรงเลย



