รัฐบาลแจง สปส.รื้อระบบครั้งใหญ่ ยันข้อมูลไม่หาย เร่งจ่ายผู้ประกันตนกรณีว่างเงิน ตั้งแต่ 20 ม.ค.

23.01.26 | 11:03 น.

รัฐบาล เผย สปส. เร่งทยอยจ่ายสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานแก่ผู้ประกันตน ตั้งแต่ 20 ม.ค.69 บรรเทาความเดือดร้อนของลูกจ้าง ย้ำ ดูแลคุ้มครองสิทธิของผู้ประกันตนตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 23 มกราคม น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ได้ดำเนินการปรับปรุงและเปลี่ยนผ่านระบบดิจิทัลครั้งใหญ่ จากระบบ Mainframe ซึ่งใช้งานมากว่า 30 ปี มาเป็นระบบ Web Application ยกระดับการบริการของสำนักงานประกันสังคมให้มีความทันสมัย สะดวก มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยในช่วงเปลี่ยนผ่านระบบใหม่ จำเป็นต้องปรับปรุงระบบประมวลผลการนำเข้าข้อมูลการรายงานตัวจากกรมการจัดหางานเข้าสู่ระบบใหม่

รัฐบาลขอให้ผู้ประกันตนไม่ต้องกังวลเรื่องข้อมูลที่จะสูญหาย โดยสำนักงานประกันสังคมยืนยันว่า ข้อมูลการรายงานตัวของผู้ประกันตนในระบบเดิมยังคงอยู่ ไม่มีการสูญหายแน่นอน ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องและดำเนินการโอนย้ายข้อมูล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความเสถียรของระบบการให้บริการ โดยสำนักงานประกันสังคมได้เริ่มทยอยโอนเงินสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ประกันตนที่มีสิทธิแล้วตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2569 ซึ่งจะเร่งดำเนินการโอนตามลำดับความครบถ้วนของข้อมูลอย่างเร่งด่วน ผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบสถานะการอนุมัติเงินทดแทนกรณีว่างงานผ่านระบบการขึ้นทะเบียนว่างงานของกรมการจัดหางานตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

หากสถานะปรากฏเป็น รอพิจารณา แสดงว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบของสำนักงานประกันสังคม กทม.และสำนักงานประกันสังคมจังหวัด สาขา และหากสถานะปรากฏเป็น “พิจารณาแล้ว อนุมัติ” ขอให้ผู้ประกันตนรอการโอนเงิน ซึ่งอยู่ระหว่างการเร่งโอนเงินตามลำดับ หากเงินเข้าบัญชีเรียบร้อยแล้วจะปรากฏจำนวนเงินในตารางนัดหมายในการรายงานตัว

“รัฐบาล โดยสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ยืนยันความตั้งใจในการดูแลและคุ้มครองสิทธิของผู้ประกันตนตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมอำนวยความสะดวกและเร่งรัดการจ่ายสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานให้เป็นไปด้วยความถูกต้อง โปร่งใส และทั่วถึง ย้ำชัดว่า เงินทุกบาททุกสตางค์ไม่ได้หายไปไหน อยู่ระหว่างกระบวนการดำเนินการตามระบบ เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิอย่างครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นธรรม ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบประกันสังคมอย่างยั่งยืนต่อไป” น.ส.อัยรินทร์กล่าว