นักกฎหมายติงกล่าวหา ‘สุชาติ’ พันซื้อขายตึก SKYY 9 จงใจป้ายสี-ผิดกม.เลือกตั้ง 

24.01.26 | 14:26 น.

นักกฎหมายติงกล่าวหา ‘สุชาติ’ พันซื้อขายตึก SKYY 9 จงใจป้ายสี-ผิดกม.เลือกตั้ง 

วันนี้ (24 มกราคม 2569) นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน กล่าวถึงกรณีมีสื่อบางสำนักโพสต์ข้อความในทำนองคนที่เกี่ยวข้องกับตึกสกายไนน์ (SKYY 9) ที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ซื้อมาในราคาแพง ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีหรือเจ้าของตอนนี้ย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กันหมดแล้ว ว่า ก่อนที่จะกล่าวหาบุคคลใด ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รอบด้านก่อน วิธีการกล่าวหาเลื่อนลอยผ่านสังคมโซเชียล ทำให้บุคคลอื่นได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะในช่วงการรณรงค์หาสียงเลือกตั้ง อยู่ในบรรยากาศการแข่งขันช่วงใกล้โค้งสุดท้าย

“การเชียร์พรรคการเมืองใด ย่อมกระทำได้ตามสิทธิของบุคคลตามรัฐธรรมนูญ แต่การใช้สิทธิหรือเสรีภาพเกินขอบเขต โดยการโพสต์ข้อความถึงประชาชนทั่วไป โดยมีเจตนาจงใจใส่ร้ายป้ายสี ย่อมเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (พรป.ว่าด้วย ส.ส.) มาตรา 73 (5) และเป็นความผิดอาญา โดยไม่มีกฎหมายใดให้กระทำได้” นายณัฐวุฒิ กล่าวและว่า แม้การโพสต์กระทำในพื้นที่ส่วนตัว แต่การตั้งค่าสาธารณะ ประชาชนหรือวิญญูชนโดยทั่วไป ย่อมเข้าถึงข้อความและสามารถเข้าไปอ่านข้อความได้ เป็นเจตนาเล็งเห็นผลว่า ผลนั้นจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ข้อความที่โพสต์นั้น หากพิจารณาเนื้อหา เป็นการมุ่งโจมตีทางการเมือง

Advertisement

“แม้ข้อความที่โพสต์ไม่ได้ระบุว่า รัฐมนตรีคือใคร แต่วิญญูชนย่อมอ่านแล้วเข้าใจได้ ย่อมหมายถึง นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในช่วงที่บอร์ดประกันสังคมอนุมัติซื้อตึก SKYY 9 แต่นายสุชาติซึ่งเป็นรัฐมนตรีในขณะนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย บอร์ดประกันสังคม ประกอบด้วย คณะกรรมการหลายภาคส่วน มีทั้งกรรมการตัวแทนจากการเลือกตั้งของลูกจ้าง เป็นเรื่องของบอร์ดประกันสังคมโดยเด็ดขาด มิใช่อำนาจ ข้อสั่งการและนโยบายของรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง” นายณัฐวุฒิ กล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ข้อเท็จจริงเดียวคือ นายสุชาติเป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีอาญา น.ส.รัชนก ศรีนอก และ นายสหัสวัต คุ้มคง อดีต ส.ส.พรรคประชาชน (ปชน.) ในความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา โดยศาลอาญาวินิจฉัยคดีมีมูล ประทับรับฟ้อง โดยทั้งสองตกเป็นจำเลย อยู่ระหว่างนัดสืบพยานโจทก์จำเลยในเดือนพฤศจิกายน 2569

“การใช้สิทธิฟ้องคดีอาญากับไอซ์และสหัสวัต ล้วนเป็นการปกป้องสิทธิของตัวนายสุชาติโดยสุจริต ไม่ได้เป็นการฟ้องปิดปาก แต่เหตุใดถึงจงใจใส่ร้ายป้ายสีด้วยความเท็จในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. ให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง อันเป็นการฝ่าฝืน พรป.ว่าด้วย สส.มาตรา 73 (5) ซึ่งมีโทษอาญาและถูกตัดสิทธิการเมือง การโพสต์ข้อความใส่ร้ายป้ายสีอันเป็นเท็จ โดยบิดเบือนข้อเท็จจริงลงในระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้ประชาชนสำคัญผิดในตัวของนายสุชาติ ย่อมเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยความผิดอันเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14 (1) อีกประการหนึ่ง” นายณัฐวุฒิ กล่าว