บอร์ดสปสช. ถก ‘วัคซีน IPD’ 2 ก.พ. เคาะงบ 200 ล.ลุยนำร่องทันที

24.01.26 | 22:57 น.

บอร์ดสปสช. ถก ‘วัคซีน IPD’ 2 ก.พ. เคาะงบ 200 ล.ลุยนำร่องทันที

เมื่อวันที่ 24 มกราคม นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการอนุมัติวัคซีน IPD หรือวัคซีนป้องกันการติดเชื้อนิวโมค็อกคัส (PCV) ว่า นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้มอบให้ สปสช. ดำเนินการบรรจุวาระนี้เข้าหารือในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อพิจารณาสิทธิประโยชน์วัคซีนป้องกันการติดเชื้อนิวโมค็อกคัส (PCV) หรือวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบและติดเชื้อในกระแสเลือดสำหรับเด็ก (IPD) เพื่อให้เด็กไทยได้รับวัคซีนที่จำเป็นในการป้องกันโรค ทั้งนี้ในการพิจารณาที่ผ่านมาของคณะอนุกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ เมื่อวันที่ 23 มกราคม ที่ผ่านมานั้น ได้มีข้อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของบอร์ด สปสช. ที่จะประชุมในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ ให้มีการพิจารณาการฉีดวัคซีน PCV เข้าเป็นชุดสิทธิประโยชน์ ในกลุ่มเป้าหมายอายุ 2 เดือน, 4 เดือน และ 12 เดือน ทั่วประเทศ

“โดยที่ประชุมมีมติให้เริ่มจากการนำร่องฉีดในพื้นที่เสี่ยงสูง ด้วยงบกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการรักษา ความคุ้มค่า และการเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ ควบคู่ไปกับการสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จัดหาวัคซีนเอง เพื่อขยายการเข้าถึง พร้อมมอบหมายให้ สปสช. เจรจาต่อรองราคาอย่างต่อเนื่อง ให้ต่ำที่สุดเพื่อเร่งผลักดันเข้าสู่ชุดสิทธิประโยชน์หลัก และให้นำเสนอรายละเอียดงบประมาณต่อคณะอนุกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์ฯ เพื่อพิจารณาต่อไป ” นพ.จเด็จ กล่าว

เลขาธิการ สปสช. กล่าวต่อไปว่า หากที่ประชุมบอร์ด สปสช. มีมติให้เริ่มดำเนินการก่อนในพื้นที่นำร่องนั้น สปสช. ได้เตรียมความพร้อมด้านงบประมาณไว้รองรับแล้วจำนวนกว่า 200 ล้านบาท เพื่อให้สามารถเริ่มดำเนินการได้ทันทีในปีงบประมาณนี้

“สปสช. ตระหนักดีถึงความกังวลของผู้ปกครองและกุมารแพทย์ ถึงความจำเป็นของวัคซีนตัวนี้ที่ช่วยป้องกันโรคปอดอักเสบรุนแรง เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และการติดเชื้อในกระแสเลือดในเด็กเล็ก โดยในการประชุมบอร์ด สปสช. วันที่ 2 ก.พ. นี้ จะมีการพิจารณาเสนอรูปแบบการให้บริการในลักษณะ ‘พื้นที่นำร่อง (Pilot Project)’ ก่อน เพื่อให้มีการเริ่มฉีดวัคซีนให้กับเด็กในพื้นที่เป้าหมายทันที ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการเก็บข้อมูลประเมินผลระบบบริการและประสิทธิผลของการให้วัคซีน เพื่อขยายผลให้ครอบคลุมเด็กไทยทุกคนต่อไป โดยไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ” นพ.จเด็จ กล่าวและว่า

Advertisement

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับเจตนารมณ์ที่ต้องการให้เด็กไทยเข้าถึงวัคซีนที่มีคุณภาพ โดยรัฐมนตรีว่าการ สธ. ได้กำชับให้ สปสช. เร่งเดินหน้าประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลและ สปสช. มุ่งมั่นที่จะดูแลสุขภาพของเด็กไทยอย่างเต็มที่