เมื่อวันที่ 28 มกราคม ศ.เกียรติคุณ นพ.สุวัฒน์ จริยาเลิศศักดิ์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ความสำคัญของฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 คือผลกระทบของมัน ทำให้คนป่วยเพิ่มขึ้น กระทบไปยังระบบบริการสุขภาพของโรงพยาบาล นอกจากนั้น ยังทำให้เกิดโรคได้ในคนทุกช่วงวัย เพราะเราต่างใช้ลมหายใจเดียวกัน จากข้อมูลการศึกษาอายุขัยเฉลี่ย พบว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนอายุสั้นลง 1.78 ปี มาจากมลพิษทางอากาศ แม้ว่าประเทศไทยจะถูกจัดอยู่กลุ่มประเทศสีฟ้าที่สะท้อนว่าคุณภาพอากาศยังดีอยู่ แต่อย่าลืมว่าประเทศไทยเจอปัญหาฝุ่นแค่ปีละครั้ง ดังนั้นหากเราไม่ทำอะไรเลย อีกไม่นานสีฟ้าก็จะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีส้ม ขณะที่ การจัดอันดับประเทศที่เผชิญค่า PM2.5 สูงที่สุด ไทยจะไม่มีรายชื่อใน 100 อันดับแรก แต่ในบางปีก็พบว่า จ.เชียงใหม่ ได้ขึ้นอันดับที่ 1 มาแล้ว เมื่อเทียบปัญหาของชาวเชียงใหม่กับกรุงเทพมหานคร จะเห็นว่าชาวเชียงใหม่หนักกว่าเยอะ เพียงแต่เสียงเขาไม่ดังเท่าคนกรุง
ดร.พญ.ภัทราวลัย สิรินารา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เปิดข้อมูลการศึกษาผลกระทบของฝุ่นที่ปนเปื้อนโลหะหนัก ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง ว่า จากการศึกษาปัญหา PM2.5 นอกจากจะทำให้วิสัยทัศน์แย่ แต่ยังมีโลหะหนักที่เกาะอยู่ใน PM 2.5 เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดมะเร็ง โดยทีมวิจัยติดตั้งสถานีวัดฝุ่นในกรุงเทพฯ และ 5 จังหวัดปริมณฑล ประกอบด้วย สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม นนทบุรีและปทุมธานี เป็นเวลา 1 ปี ผลการศึกษาน่ากังวลอย่างยิ่ง โดยการเก็บโลหะหนัก 2,286 ตัวอย่างที่ได้มา พบโลหะหนักปนเปื้อนในปริมาณมากที่สุดคือ “สารหนู (Arsenic, As) และโครเมียม (Chromium, Cr) ซึ่งเป็นสารที่องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดกลุ่มให้เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ก่อมะเร็งในมนุษย์แน่นอน ในขณะที่ประเทศไทยมีกฎหมายควบคุมโลหะหนักเพียง 1 ชนิดเท่านั้นคือ สารตะกั่ว
“สิ่งที่ยังพบในผลการศึกษาที่น่ากังวลคือ ภาพรวมของกรุงเทพฯ และปริมณฑล 5 จังหวัดมีโอกาสเกิดมะเร็งในประชากรสูงเป็น 4 เท่าของค่ามาตรฐานที่สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (US EPA) ยอมรับได้ ข้อสังเกตคือ สมุทรสาครและสมุทรปราการเป็นจังหวัดที่มีโรงงานอุตสาหกรรมหนาแน่น ดังนั้นค่าความเสี่ยงจึงสูงมาก ส่วนจังหวัดที่น้อยที่สุดในกลุ่มการศึกษาคือ นครปฐมโดยมีความสัมพันธ์กับพื้นที่สีเขียวโดยนครปฐมมีพื้นที่สีเขียวมากที่สุด ความหมายของการศึกษาครั้งนี้สะท้อนว่า คนไทยที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลทุกๆ 1 ล้านคนจะมีคนที่มีโอกาสเกิดมะเร็ง 4.29 คน กลุ่มที่เสี่ยงที่สุดคือเด็กเล็ก 0-6 ขวบ ขณะที่ค่าที่ยอมรับได้จาก US EPA ระบุว่าประชากร 1 ล้านคน ควรจะมีคนป่วยเป็นมะเร็งจากมลพิษทางอากาศเพียง 1 คนเท่านั้น” ดร.พญ.ภัทราวลัย กล่าว
พร้อมเสนอจุดเปลี่ยนด้านมาตรฐานอากาศของประเทศไทย ว่า ขณะนี้พระราชบัญญัติ (พรบ.) อากาศสะอาด เป็นสิ่งที่ทุกคนควรผลักดัน เพราะการศึกษามีคำตอบพร้อมแล้วว่าปริมาณโลหะหนักตัวไหนที่ต้องจับตา ฉะนั้นควรจะต้องมีกฎหมายควบคุมการปล่อยของเสียทางอากาศของอุตสาหกรรมต่างๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์มลพิษทางอากาศจริง ไม่ใช่แค่ดูว่ามีความเข้มข้นของ PM2.5 เท่าไหร่ แต่เราต้องดูว่าทำอย่างไรถึงจะเซฟประชากรไม่ให้เกิดมะเร็งได้กี่คน

