สธ.ยันคำสั่ง ‘ปลดหมอสุภัทร’ ออกจากราชการ เพราะจัดซื้อ ATK ผิดระเบียบจริง
เมื่อวันที่ 28 มกราคม นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยระหว่างพร้อมด้วย พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต และนายเกตุแก้ว แก้วใส ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานวินัยและระบบคุณธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) แถลงกรณี อ.ก.พ.กระทรวงสาธารณสุข มีมติปลด นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาล (รพ.) จะนะ และ รพ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ว่า จากกรณี นพ.สุภัทร กระทบต่อ สธ.จึงจำเป็นต้องออกมาแถลงในส่วนที่ สธ.ดำเนินการและสามารถแถลงได้ แต่มติ อ.ก.พ.กระทรวงสาธารณสุข ยังเปิดเผยไม่ได้ ที่เปิดเผยไปก่อนหน้านี้ในสื่อ ต้องดูว่ามาจากที่ไหน อย่างไร

นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า ดังนั้น การแถลง ณ วันนี้ จะไม่มีการเปิดเผยเนื้อหาสาระจากที่ประชุม อ.ก.พ.กระทรวงสาธารณสุข เพราะยังทำไม่ได้ แต่ผลจากคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ที่มีการสอบสวนก่อนหน้านี้ เปิดเผยได้ โดยผลสอบสวนเป็นข้อมูลนำเข้าในการประชุม อ.ก.พ.กระทรวงสาธารณสุข ดังนี้ คำสั่งแต่งตั้งเขียนว่า กรณีอันมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ที่ นายสุภัทร ขณะดำรงตำแหน่งผอ.รพ.จะนะ จ.สงขลา ได้ดำเนินการจัดซื้อและสั่งอนุมัติให้จัดซื้อวัสดุวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ รายการเวชภัณฑ์ตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในวงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาท จำนวน 5 ครั้ง เป็นการแบ่งซื้อเวชภัณฑ์ชุดตรวจ ATK เป็นการฝ่าฝืนต่อระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารวัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 เป็นการปฏิบัติราชการที่แสวงหาประโยชน์อันมิควร สำหรับบริษัทผู้ขายหรือผู้อื่น และทำให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ได้ดำเนินการสั่งซื้อที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือวิธีการตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ไม่รีบรายงานขอความเห็นชอบต่อหัวหน้าหน่วยงานรัฐ และเมื่อได้จัดซื้อเวชภัณฑ์ชุดตรวจ ATK ทำให้ราชการเสียหายร้ายแรง..”
นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า ผลจากการสอบของคณะกรรมการสอบสวนวินัยฯ เสร็จปลายเดือนกันยายน 2568 โดยคณะกรรมการฯ ชุดนั้นสรุปว่า “ผิดวินัยอย่างร้ายแรง และเสนอลงโทษปลดออกจากราชการ” ซึ่งตรงนี้เป็นข้อมูลนำเข้าใน อ.ก.พ.กระทรวงสาธารณสุข

ผู้สื่อข่าวถามว่ามติ อ.ก.พ. กระทรวงสาธารณสุข จะเป็นโมฆะหรือไม่ เนื่องจากหนึ่งในกรรมการ ใช้มาตรา 104 ของ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ยกการพิจารณาทั้งหมดให้ไปอยู่ในคณะกรรมการ ก.พ.ชุดใหญ่ นายเกตุแก้ว กล่าวชี้แจงว่า มติ อ.ก.พ.กระทรวงสาธารณสุข เป็นความลับทางราชการ ยังไม่ได้ออกรายงานมาเลย และจากการประชุม อ.ก.พ.กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 ได้ตรวจสอบองค์คณะครบถ้วนเป็นไปตามกฎหมาย ส่วนที่เสนอคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ชุดใหญ่นั้น จะเป็นอีกส่วนหนึ่ง เป็นอำนาจหน้าที่ของ ก.พ. ส่วนของ อ.ก.พ.กระทรวงสาธารณสุข ก็ทำหน้าที่ของตนเอง
เมื่อถามว่า ไม่ต้องรอบอร์ดชุดใหญ่ของ ก.พ.พิจารณาก่อนหรืออย่างไร นายเกตุแก้ว กล่าวว่า ตามกฎหมายไม่ต้องรอ จะมีกระบวนการว่า เมื่อออกคำสั่งแล้วจะต้องรายงานให้ ก.พ.ทราบ
เมื่อถามย้ำว่า หากบอร์ด ก.พ.ชุดใหญ่พิจารณาสวนทางกับมติ อ.ก.พ. กระทรวงสาธารณสุข วันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา ถือว่ามติ อ.ก.พ.กระทรวงสาธารณสุข กรณี นพ.สุภัทร จะเป็นโมฆะหรือไม่ นายเกตุแก้ว กล่าวว่า ตามกฎหมายมาตรา 104 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 หากมีมติเป็นเช่นใด ทาง สธ. ก็ต้องดำเนินการตามมติ ก.พ.
นพ.สมฤกษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของ อ.ก.พ. กระทรวงสาธารณสุข อยู่ในระหว่างรวบรวมเอกสารให้ครบถ้วน ส่วนผู้ที่จะลงนาม ปลัด สธ.ได้มอบให้ รองปลัด สธ.ดูแลเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม กรณีนี้เป็นกรณีที่อาจมีประเด็นอยู่ในช่วงสมัครเลือกตั้ง แต่ในทางราชการ ก็มีกฎหมายที่ต้องทำ ยอมรับว่ามีกังวล แต่ก็ต้องทำตามกฎหมาย เมื่อมีมติ ก็ต้องทำตามขั้นตอนเป็นไปตามไทม์ไลน์ปกติ
ต่อข้อถามว่า เคยมีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นหรือไม่ นายเกตุแก้ว กล่าวว่า การปฏิบัติราชการและทำผิดระเบียบมีกรณีมากมายที่มีการแบ่งซื้อ เพื่อลดวงเงินมาอยู่อำนาจตัวเอง มีหลายเคสที่ลงโทษ เพียงแต่ไม่เป็นข่าว
เมื่อถามถึงกรณีสังคมตั้งคำถามว่า นพ.สุภัทร จะผิดได้อย่างไร ในเมื่อการจัดซื้อเป็นไปตาม ว.115 ในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน คือ โควิด-19 ระบาด นายเกตุแก้ว กล่าวว่า เป็นรายละเอียดที่คณะกรรมการสอบสวนวินัยได้นำมาพิจารณาตาม ว.115 โดยได้พิจารณาแล้ว ชั่งน้ำหนัก วิเคราะห์มีหลักฐานประกอบทุกอย่าง ไม่สามารถลงลึกได้
นพ.สมฤกษ์ อธิบายเพิ่มว่า ว.115 กรมบัญชีกลางออกมาเพื่อให้รับมือกับสถานการณ์วิกฤต ลดขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างที่ต้องขออนุมัติก่อน แต่กรณีนั้นให้นำของมาใช้ก่อนได้ แต่เมื่อนำมาใช้แล้ว ต้องรายงานผู้บังคับบัญชาโดยเร็ว
เมื่อถามว่า นพ.สุภัทรรายงานผู้บังคับบัญชาช้าหรือไม่ นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า ยังไม่ขอลงรายละเอียด
เมื่อถามว่า เมื่อลงนามมติ อ.ก.พ.กระทรวงสาธารณสุข และรายงานไปยัง ก.พ.นั้น บอร์ด ก.พ.จะพิจารณาเองหรือต้องมีคนร้องอีกครั้ง นายเกตุแก้ว กล่าวว่า มาตรา 104 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ให้อำนาจ ผู้แทน ก.พ. ซึ่งอยู่ใน อ.ก.พ.กระทรวงสาธารณสุข 1 คน เห็นแย้งมติได้ และสามารถใช้อำนาจตามกฎหมายของ ก.พ.ได้ โดยเสนอเอง ไม่ต้องมีผู้ร้อง
เมื่อถามย้ำว่า ตามกฎหมายต้องทำภายในกี่วัน หลัง อ.ก.พ.กระทรวงสาธารณสุข มีมติ นายเกตุแก้ว กล่าวว่า ถ้าในตัวระเบียบไม่ได้กำหนดวัน แต่ต้องทำโดยเร็ว โดยหากมีคำสั่งแล้ว ในกฎหมายบอกว่าต้องรายงาน ก.พ. ภายใน 15 วัน

