สำนักสัตว์ป่าชี้ ไล่ค้างคาวพัทยาไม่ได้ เป็นสัตว์เครียดง่ายทำภูมิตก อาจเกิดการกระจายโรคได้ 

28.01.26 | 14:39 น.

สำนักสัตว์ป่าชี้ ไล่ค้างคาวพัทยาไม่ได้ เครียดง่ายภูมิตก อาจทำให้เกิดการกระจายโรคได้ 

เมื่อวันที่ 28 มกราคม นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า จากกรณีความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับการที่ค้างคาวแม่ไก่อาศัยอยู่บริเวณชุมชนพัทยานาเกลือ ซอย 18/1 หมู่ที่ 5 ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 มกราคม นายอรุณ พงศ์ไพฑูรย์ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า นางสาวภวรัญชน์ มีทิพย์กิจ นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ประจำส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า เข้าร่วมประชุมหารือ ณ ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขอำเภอบางละมุง ร่วมกับ เลขานุการนายกเทศมนตรี เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอบางละมุง ส่วนควบคุมโรคและกลุ่มงานสัตวแพทย์เมืองพัทยา เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับโรคและชีววิทยาของค้างคาวแม่ไก่ ให้ข้อมูลแนวทางการอยู่ร่วมกันระหว่างค้างคาวและชุมชน รวมถึงการวางมาตรการและแผนการเฝ้าระวังโรค Nipah virus ซึ่งเป็นโรคติดต่อจากค้างคาวสู่คน โดยมีแผนการเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากค้างคาวเพื่อนำไปตรวจคัดกรองโรค เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการเฝ้าระวังโรคในพื้นที่

นายสุขีกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่สำรวจบริเวณชุมชนพัทยานาเกลือ ซอย 18/1 หมู่ที่ 5 ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พบค้างคาวแม่ไก่อาศัยอยู่ ลักษณะพื้นที่เป็นถนนสองเลน มีทางเดินเท้าด้านข้าง และมีต้นไม้ใหญ่ประมาณ 10 ต้นปลูกอยู่บนทางเดินเท้า ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของฝูงค้างคาวแม่ไก่

Advertisement

“พบว่าค้างคาวมีการขับถ่ายมูลและปัสสาวะลงบนถนนและทางเดินเท้า มีประชาชนและนักท่องเที่ยวสัญจรผ่านบริเวณดังกล่าวเป็นประจำ พื้นที่โดยรอบมีลักษณะเป็นกิจการรีสอร์ต จากการสอบถามข้อมูลทราบว่าฝูงค้างคาวใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่อยู่อาศัยมาเป็นระยะเวลาประมาณ 20-30 ปี และมีแนวโน้มว่าจำนวนประชากรลดลง ทั้งนี้ ทัศนคติของประชาชนในชุมชนแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่เห็นความสำคัญในการอนุรักษ์ค้างคาว และกลุ่มที่มีความกังวลเกี่ยวกับโรคติดต่อ” นายสุขีกล่าว

ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่ากล่าวว่า ล่าสุดนั้น เวลา 05.00 น. นางสาวภวรัญชน์ มีทิพย์กิจ นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ประจำส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า ร่วมกับเจ้าหน้าที่กลุ่มงานสัตวแพทย์เมืองพัทยา ดำเนินการเก็บตัวอย่างมูลและปัสสาวะของค้างคาวโดยใช้วิธีการรองเก็บ โดยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานสัตวแพทย์เมืองพัทยาเป็นผู้จัดเตรียมสถานที่และวางวัสดุรองรับสารคัดหลั่งจากค้างคาว ส่วนเจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล และเป็นผู้ดำเนินการเก็บ บรรจุ และจัดเก็บตัวอย่างในกล่องควบคุมอุณหภูมิ

นายสุขีกล่าวว่า ในการนี้ ปศุสัตว์อำเภอบางละมุงเป็นผู้ประสานนำส่งตัวอย่างไปยังศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันออกเพื่อทำการวิเคราะห์ และส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) ได้ส่งตัวอย่างอีกชุดหนึ่งให้กลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เพื่อดำเนินการวิเคราะห์เพิ่มเติมต่อไป ทั้งนี้ น่าจะทราบผลไม่เกิน 1 สัปดาห์

“สำหรับกลุ่มค้างคาวแม่ไก่ดังกล่าว คณะทำงานมีความเห็นว่า ให้อาศัยอยู่ที่เดิมก่อน หากมีการขับไล่ ค้างคาวกลุ่มนี้ก็จะบินไปอาศัยยังบริเวณต้นไม้บริเวณใกล้เคียงซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก และการขับไล่จะทำให้ค้างคาวเครียด เนื่องจากค้างคาวเป็นสัตว์ที่เครียดง่ายเมื่อเครียดภูมิจะตก จะทำให้เกิดการกระจายโรคได้” นายสุขีกล่าว