‘ษัษฐรัมย์’ เชิดชูสื่อมวลชน ส่องแสงให้คนอ่อนแอในสังคม ไม่ควรมีใครถูกด่าเป็น ‘สื่อเฮงซวย’ เพราะเสนอความจริง
เมื่อเวลา 15.55 น. วันที่ 28 มกราคม ที่ห้องอินฟินิตี้ 1-2 โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ ซอยรางน้ำ เขตราชเทวี กรุงเทพฯ รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคมในสัดส่วนผู้ประกันตน ร่วมเปิดมุมมองในหัวข้อ “สวัสดิการสร้างไทยเท่าเทียม” ภายในงานสัมมนา Thailand Blooming 2026 ปลุกอนาคตประเทศไทย จัดโดยเครือมติชน

รศ.ดร.ษัษฐรัมย์กล่าวว่า ในช่วงเวลา 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้เห็นความสนใจของสื่อมวลชนที่มีต่อประกันสังคมอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน นี่คือสัญญาณของความก้าวหน้าของประเทศ การนำเสนอข่าวด้านสวัสดิการของประชาชน ซึ่งในอดีตแทบไม่เคยได้รับความสนใจอย่างจริงจัง กลับกลายเป็นประเด็นที่สื่อมวลชนพร้อมใจกันนำเสนอ ตนจึงอยากกล่าวถึงพี่น้องสื่อมวลชนในฐานะแรงงานเช่นเดียวกัน แพทย์อาจรักษาคนไข้ได้ด้วยการผ่าตัดเนื้อร้าย ช่วยให้ผู้ป่วยพ้นจากความเจ็บป่วยทางกาย แต่ไม่มีแพทย์หรือยาขนานใดที่สามารถรักษาความกลัวและความสิ้นหวังในจิตใจของผู้คนได้ ไม่มีใครสามารถผ่าตัดความกลัวและความสิ้นหวังออกจากสมองและจิตใต้สำนึกของประชาชนได้ แต่สื่อมวลชนทำได้

รศ.ดร.ษัษฐรัมย์กล่าวว่า สื่อมวลชนคือผู้ที่ฉายแสงไปยังผู้ที่อ่อนแอที่สุดในสังคม ทำให้พวกเขาได้เห็นแสงสว่าง สื่อมวลชนสามารถตั้งคำถามกับผู้ที่มีอำนาจและความมั่งคั่งสูงสุดในสังคม สามารถพูดถึงสิ่งที่ผิดปกติในสังคม และพาสังคมกลับไปสู่ความถูกต้อง นี่คือหน้าที่ของสื่อมวลชน ดังนั้น สื่อมวลชนคือผู้ที่สามารถบำบัดความกลัว ความทุกข์ร้อน และความสิ้นหวังของประชาชนได้ ขณะเดียวกัน สื่อมวลชนก็คือแรงงาน คือผู้ประกันตน สามารถเจ็บป่วย แก่ตัวลง หวาดกลัว สิ้นหวัง และเป็นห่วงคนในครอบครัวได้เช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป แน่นอนว่าสื่อมวลชนเป็นหนึ่งในผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบเข้าสู่ประกันสังคม และมีความหวังว่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้น เมื่อปีที่ผ่านมา ตนมีมิตรสหายผู้หนึ่งซึ่งทำงานด้านสื่อ ได้ทำสารคดีด้านความเหลื่อมล้ำร่วมกัน และเป็นหนึ่งในสารคดีที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่ง เราแทบไม่มีโอกาสได้พูดคุยกันเลยว่า หลังจากสารคดีเผยแพร่แล้วผลจะเป็นอย่างไร น่าเสียดายที่มิตรสหายผู้นั้นเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ด้วยโรคที่ควรสามารถรักษาได้

“สำหรับผมการเหยียบย่ำหรือดูหมิ่นสื่อมวลชนที่ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงของประชาชน ไม่ว่าผู้กระทำจะมีอำนาจมากเพียงใด หรือมีอายุมากเพียงใด ล้วนเป็นการดูถูกจิตวิญญาณของประชาธิปไตย และดูถูกจริยธรรมของวิชาชีพสื่อ ไม่ควรมีสื่อมวลชนคนใดถูกกล่าวหาว่าเป็น ‘สื่อเฮงซวย’ เพียงเพราะนำเสนอความจริง หรือสะท้อนความทุกข์ร้อนของประชาชน สื่อมวลชนไม่จำเป็นต้องเป็นกลาง หากความเป็นกลางนั้นหมายถึงการนิ่งเฉยต่อความอยุติธรรม เพราะสื่อคือกระบอกเสียงของผู้ยากไร้และผู้ที่กำลังเผชิญปัญหาในสังคม” รศ.ดร.ษัษฐรัมย์กล่าว


