เมื่อวันที่ 28 มกราคม นางนิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานประกันสังคม ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีการแชร์เอกสารการจัดซื้อชุดยูนิฟอร์มเจ้าหน้าที่ประกันสังคม ด้วยงบประมาณ 35 ล้านบาท ว่า การจัดซื้อชุดยูนิฟอร์มดังกล่าวนั้นเป็นการจัดซื้อเมื่อหลายปีมาแล้ว ซึ่งตอนนั้นตนยังไม่ได้มาอยู่ในสำนักงานประกันสังคมส่วนกลาง แต่จากการถามสอบข้อมูลพบเหตุผลในการทำโครงการ เพราะว่ามีข้อแนะนำจากผู้ที่มารับบริการในสำนักงาน อยากให้เจ้าหน้าที่แต่งกายให้เรียบร้อย เพื่อจะได้รู้ว่าใครเป็นใคร เนื่องจากในสำนักงานประกันสังคม จะมีทั้งนายจ้าง ผู้ประกันตนที่มาติดต่อราชการ ดังนั้น ถ้าเจ้าหน้าที่มียูนิฟอร์มชัดเจน ก็จะสร้างอัตลักษณ์ให้องค์กร และเป็นที่พึงระวังของเจ้าหน้าที่ประกันสังคมในการปฏิบัติตน นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ประกันสังคมมีการลงพื้นที่ไปทำหน้าที่ต่างกันไป การมียูนิฟอร์มก็เป็นสัญลักษณ์ให้ผู้ประกันตนเข้ามาซักถามข้อสงสัยได้เช่นกัน
นางนิยดา กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มีเอกสารการจัดซื้อด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงนั้น ตนสอบถามข้อมูลจากทางฝ่ายกฎหมายแล้ว ระบุว่าการจัดซื้อโดยวิธีเจาะจง สามารถทำได้ เนื่องจากกฎหมายเปิดช่องให้การจัดซื้อระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล ใช้วิธีเฉพาะเจาะจงได้ โดยโครงการนี้ ผู้ที่ได้รับจัดซื้อจัดจ้างคือ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยสำนักงานกิจการโรงงานในอารักษ์ (ขายปลีก,บริการ,ผู้ผลิต) โดยเสนอราคา เป็นเงินทั้งสิ้น 35 ล้านบาท และสาเหตุที่มีการเจาะจงหน่วยงานนี้ เนื่องจากราคาดังกล่าวรวมบริการวัด ตัดและส่งชุดไปให้เจ้าหน้าที่แต่ละจังหวัดได้
นางนิยดา กล่าวว่า ตนเข้าใจถึงข้อแนะนำจากผู้ประกันตนในเรื่องดังกล่าว ซึ่งเข้าใจว่าบริบทความต้องการของผู้ประกันตนในตอนนั้นกับตอนนี้อาจจะต่างกันไป ซึ่งสำนักงานรับฟังทุกข้อแนะนำและจะรับไปพิจารณาต่อไป
ถามว่าในการจัดซื้อแบบเฉพาะเจาะจง ด้วยงบประมาณสูง ระหว่างหน่วยงานรัฐเช่นนี้ เหมือนกับตอนจัดซื้อจัดจ้างทำปฏิทิน 50-70 ล้านบาทใช้หรือไม่ นางนิยดา กล่าวว่า ใช่ เพราะปฏิทินประกันสังคม ก็เป็นการจัดซื้อในโรงพิมพ์ของรัฐ จึงมีการใช้วิธีเดียวกับการทำชุดยูนิฟอร์ม
เมื่อถามว่าทำไมต้องเป็นชุดยูนิฟอร์ม ชุดสูท สามารถทำเป็นป้ายหรือบัตรติดแทนได้หรือไม่ นางนิยดา กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ประกันสังคม ส่วนหนึ่งเป็นข้าราชการที่มียูนิฟอร์มทางราชการ แต่จะมีส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นข้าราชการ จึงไม่มียูนิฟอร์ม ซึ่งการสวมยูนิฟอร์ม ก็เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่จะสร้างความตะหนักให้กับผู้สวมใส่ในด้านบทบาทหน้าที่ และเป็นการปรับภาพลักษณ์องค์กรให้ทันสมัยขึ้น รวมถึงสร้างความมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ไม่ใช่มิจฉาชีพ ก็เหมือนองค์กรและหน่วยงานอื่นๆ ที่มียูนิฟอร์มเช่นกัน

