‘ษัษฐรัมย์’ ขอทุกพรรคปฏิรูป ‘ประกันสังคม’ เลขาสปส.ยัน’สิทธิรักษามะเร็ง’ มาตรฐานครบ ไม่ด้อยกว่าบัตรทอง แจงปมซื้อสูท35ล.
เมื่อวันที่ 28 มกราคม ที่ห้องอินฟินิตี้ 1–2 โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ ซอยรางน้ำ เขตราชเทวี กรศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคมในสัดส่วนผู้ประกันตน กล่าว ร่วมเปิดมุมมองในหัวข้อ “สวัสดิการสร้างไทยเท่าเทียม” ภายในงานสัมมนา Thailand Blooming 2026 ปลุกอนาคตประเทศไทย จัดโดยเครือมติชน โดยกล่าวถึงกองทุนประกันสังคมว่า มีเงินไหลเข้าอย่างน้อยปีละ 2 แสนล้านบาท จากผู้ประกันตนประมาณ 80,000 ล้านบาท จากนายจ้างประมาณ 80,000 ล้านบาท และจากรัฐบาลสมทบในอัตรา 2.75% ของค่าจ้าง รวมประมาณ 40,000 ล้านบาท มีเจตจำนงพื้นฐานเดียว คือ เป็นสิทธิประโยชน์ด้านสวัสดิการให้กับผู้ประกันตนกว่า 15 ล้านคน ปัจจุบันประกันสังคมมีพอร์ตการลงทุนมูลค่าประมาณ 2.8 ล้านล้านบาท ขนาดใหญ่กว่ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนวายุภักษ์ ของกระทรวงการคลัง ใหญ่กว่ากองทุนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ถือเป็นกองทุนด้านสวัสดิการที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ประกันสังคมถูกบริหารภายใต้ระบบราชการ 100% พอร์ตการลงทุน 2.8 ล้านล้านบาท โดยที่มาของคณะกรรมการมาจากการเลือกตั้งทางอ้อมจากกลุ่มเครือข่ายสหภาพแรงงาน สภานายจ้างไม่กี่กลุ่มคนที่มีสิทธิเลือกกันเอง
“การผลักดันสูตรคำนวณบำนาญสามารถทำได้เลย แม้เป็นรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน บอร์ดประกันสังคมเป็นคนอนุมัติ แต่เขาจะจดจำรัฐมนตรีท่านไหนเป็นคนลงนาม นายกรัฐมนตรีคนไหนเป็นคนอนุมัติ หรือ เพราะเกลียดชังพวกตน ที่เพิ่มบำนาญ เพิ่มเงินเด็ก เพิ่มเงินว่างงาน จึงเอาเรื่องนี้มากีดกันสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน หวังว่าการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ไม่สำคัญว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี สำคัญว่าการปฏิรูปสวัสดิการครั้งใหญ่ของประเทศจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ สำคัญว่าเราจะมาช่วยกันลบคราบน้ำตาของประชาราษฎร์ ให้ปณิธานของปรีดี พนมยงค์ ปณิธานของผู้วายชนม์ที่เสียชีวิตต่อสู้เพื่อความเท่าเทียม เกิดขึ้นอย่างแท้จริง” นายษัษฐรัมย์ กล่าว
ด้าน น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวว่า จากกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์เทียบความแตกต่างของสิทธิการรักษามะเร็ง ระหว่างโครงการ SSO Cancer Care ภายใต้ระบบประกันสังคม กับสิทธิ Cancer Anywhere ของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) อาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนและความกังวลใจแก่ผู้ประกันตนนั้น ขอชี้แจงว่า สิทธิการรักษามะเร็งภายใต้โครงการ SSO Cancer Care ด้านยาและการรักษาได้มาตรฐาน ไม่ด้อยกว่าสิทธิ สปสช. ครอบคลุมบางรายการมากกว่า การรักษาด้วยยาเคมีบำบัด ครอบคลุมทั้งยาในบัญชียาหลักแห่งชาติและยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ รวมถึงกลุ่มยาที่มีค่าใช้จ่ายสูง, การรักษาด้วยรังสี ซึ่งสนับสนุนค่าใช้จ่ายครอบคลุมถึง 48 รายการ และ มีสถานพยาบาลเข้าร่วมโครงการจำนวนมาก ครอบคลุมทั้งภาครัฐและเอกชน ทำให้ผู้ประกันตนมีทางเลือกในการเข้ารับบริการที่หลากหลาย ทั้งยังอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกันตนที่ประสงค์รับการรักษาในสถานพยาบาลอื่นที่ไม่ใช่โรงพยาบาลตามสิทธิ สปส. เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องคำนึงถึงภาระค่าใช้จ่าย
“ยืนยันว่า สปส.มุ่งมั่นดูแลและพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์ให้ผู้ประกันตนได้รับการรักษาที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และเหมาะสม พร้อมน้อมรับทุกข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปสู่การยกระดับสิทธิประโยชน์และการให้บริการที่ดียิ่งขึ้นต่อไป” น.ส.กาญจนา กล่าว
นางนิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า กรณีการจัดซื้อชุดยูนิฟอร์มเจ้าหน้าที่ประกันสังคม งบประมาณ 35 ล้านบาท เหตุผลในการทำโครงการ เพราะผู้มารับบริการอยากให้เจ้าหน้าที่แต่งกายให้เรียบร้อย และสร้างความตระหนักให้ผู้สวมใส่ในด้านบทบาทหน้าที่ ปรับภาพลักษณ์องค์กรให้ทันสมัยสร้างความมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ไม่ใช่มิจฉาชีพ โดยการจัดซื้อด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง เป็นวิธีเดียวกับการจัดซื้อจัดจ้างทำปฏิทินประกันสังคม ที่จัดซื้อในโรงพิมพ์ของรัฐ ซึ่งกฎหมายเปิดช่องให้การจัดซื้อระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล และผู้ได้รับจัดซื้อจัดจ้างคือ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์(อผศ.) โดยสำนักงานกิจการโรงงานในอารักษ์ (ขายปลีก,บริการ,ผู้ผลิต) เสนอราคา 35 ล้านบาท

