เครือข่ายหยุดพนันค้านพรรคการเมือง ชูนโยบายหาเสียง ‘หวย’ ชี้ยิ่งตอกย้ำคนจนฝากความหวังกับโชคลาภ

3.02.26 | 14:02 น.

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน ในฐานะตัวแทนเครือข่ายรณรงค์หยุดพนันจาก 5 ภูมิภาค กล่าวว่า เครือข่ายรณรงค์หยุดพนันฯ ขอประกาศจุดยืนไม่เห็นด้วยกับนโยบายสารพัดหวยของทุกพรรคการเมือง ​จากการที่พรรคการเมืองจำนวนหนึ่ง ประกาศนโยบายหาเสียงโดย “หวย” เป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างแรงจูงใจประชาชนเพื่อหวังผลบางประการ เช่น หวังให้เกิดการออมที่มากขึ้น หรือหวังให้เกิดการสมัครใจเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลของธุรกิจขนาดย่อม เป็นต้น ด้วยเหตุผลต่อไปนี้ 1.หวยเป็นการพนัน ไม่ว่าจะสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือหวยใต้ดิน รวมทั้งหวยอื่นๆ จัดเป็นการพนันตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478

นายธนากรกล่าวว่า 2.คนไทยเสียเงินปริมาณมากไปกับหวยในแต่ละปี ทั้งหวยราษฏร์และหวยรัฐ รวมเป็นจำนวนเงินกว่า 2.5 แสนล้านบาทต่อปี เทียบเป็น 3 เท่าของมูลค่าการซื้อกองทุน LTF และ RMF หรือเทียบได้กับเงินลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน 3.หวยเป็นการพนันที่มอมเมาคนไทยมากที่สุด ในปี 2566 คนไทย 27.5 ล้านคนซื้อหวยรัฐ 22 ล้านคนซื้อหวยใต้ดิน เป็นจำนวนคนที่สูงกว่าพนันไพ่ พนันออนไลน์ และพนันฟุตบอลถึง 5 เท่า ขณะที่ทุกๆ ปีจะมีคนไทยเป็นลูกค้าหวยหน้าใหม่เพิ่มขึ้นถึงปีละกว่า 4 แสนคน 4.เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ อันเป็นประชากรกลุ่มเปราะบางเป็นเหยื่อของหวยจำนวนมากปี 2566 เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีมากกว่า 5 แสนคนซื้อหวย แบ่งเป็น 4 แสนคนซื้อสลากกินแบ่ง 1.7 แสนซื้อหวยใต้ดิน ส่วนเยาวชนอายุ 19-25 ปี เกือบ 4 ล้านคนเล่นหวย แบ่งเป็น 2.1 ล้านคนซื้อสลากฯ 1.7 ล้านคนซื้อหวยใต้ดิน ขณะที่ผู้สูงอายุ 6.7 ล้านคนยังคงวนเวียนอยู่กับหวย แบ่งเป็น 3.7 ล้านคนซื้อสลากฯ 3 ล้านคนซื้อหวยใต้ดิน

นายธนากรกล่าวว่า 5.ยิ่งเพิ่มหวยรัฐ หวยบริวารยิ่งเติบโตตาม 12 ปีที่ผ่านมามีการพิมพ์สลากกินแบ่งรัฐบาลเพิ่มขึ้นร่วม 300% จาก 36 ล้านใบในปี 2556 มาเป็นมากกว่า 100 ล้านใบในปัจจุบัน แต่กลับทำให้หวยใต้ดินเติบโตตามไปด้วยในอัตราการขยายตัวที่พอๆ กัน ที่น่าสังเกตคือเมื่อหวยหลักเติบโต หวยเล็กหวยน้อย เช่น หวยออนไลน์ หวยเพื่อนบ้าน และหวยอื่นๆ เติบโตตามไปด้วยกว่า 150% หากมีการเพิ่มหวยใหม่ๆ เข้ามาอีกจะเป็นการส่งเสริมให้ธุรกิจหวยใต้ดินสามารถออกหวยคู่ขนานที่อ้างอิงกับหวยรัฐนั้นๆ และกระตุ้นให้ประชาชนเล่นพนันกันมากขึ้น 6.“คนไทยนับล้านคนเสพติดหวย” มากกว่า 1 ใน 5 ของคนเล่นหวยยอมรับว่า “เสพติด” ไม่ซื้อหวยไม่ได้ เกิน 5 ล้านคนยอมรับว่าเสพติดการซื้อสลากฯ อีก 4.5 ล้านคนยอมรับว่าเสพติดหวยใต้ดิน อีก 6 แสนคนยอมรับว่าเสพติดหวยอื่นๆ หากไม่ได้ซื้อหวยจะมีอาการบางอย่าง เช่น หงุดหงิด กระวนกระวาย หักห้ามใจไม่ได้ สุดท้ายต้องซื้อหวย

“พรรคการเมืองควรมองเห็นว่า ที่ผ่านมาคนไทยจึงถูกกระหน่ำรอบด้านจากหวย ที่มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการจัดการปัญหาที่ไม่โปร่งใสและไร้ประสิทธิภาพ และความเหลื่อมล้ำคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนไทยจำนวนมากฝากความหวังกับหวย การที่จะเพิ่มหวยสารพัดรูปแบบเข้ามาในสังคม จะเป็นการตอกย้ำว่าการที่ประชาชนรอคอยและตั้งความหวังอยู่กับโชคลาภ เป็นสิ่งที่รัฐยอมรับและสนับสนุน และเป็นการผลิตซ้ำความคิด หวยคือความหวังของคนจน กดทับซ้ำลงไปว่าชีวิตนี้มีแต่หวยเท่านั้นเป็นความหวังที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตได้ แทนที่จะสนับสนุนการสร้างความมั่นคงของชีวิตด้วยตนเอง รัฐที่ดีจึงควรทำหน้าที่ลดบทบาทของการพนันในสังคม ไม่ใช่ผู้สนับสนุนการพนันและใช้พนันเป็นเครื่องมือเสียเอง เครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน 5 ภูมิภาคมีความเห็นว่า พรรคการเมืองที่ดีควรแข่งกันเสนอนโยบายที่สร้างสรรค์ ที่แสดงถึงภูมิปัญญาของคณะบุคคลที่เสนอตัวเข้ามาบริหารประเทศ ไม่ใช่แข่งกันขายความหวังที่ไร้ความหวังโดยสิ้นเชิงเช่นนี้ จึงขอเรียกร้องนโยบายจูงใจที่สร้างสรรค์จากทุกพรรคการเมือง และขอให้หยุดจูงใจคนไทยด้วยนโยบายขายหวยทุกชนิด” นายธนากรกล่าว