คณะปฏิรูปประกันสังคม เห็นตรงกันรื้อระบบ 3 ด้าน ชี้ ระบบราชการล่าช้า ไม่โปร่งใส

6.02.26 | 19:01 น.

คณะปฏิรูปประกันสังคม เห็นตรงกันรื้อระบบ 3 ด้านหลัก พร้อมประกาศรับสมัครหน่วยงานศึกษารูปแบบทันที

เมื่อเวลา 17.45 น. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่อาคารอเนกประสงค์ สำนักงานใหญ่ประกันสังคม ในการประชุมคณะทำงานศึกษาโครงสร้างการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งมีการประชุมยาวนานถึง 4 ชั่วโมง

โดย พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะทำงานฯ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า แม้เป็นการประชุมครั้งที่ 1 แต่ได้เนื้อหาที่สร้างสรรค์มาก ทุกคนสะท้อนปัญหาทุกแง่มุม ทั้งฝ่ายผู้ประกันตน ฝ่ายนายจ้าง สำนักงานและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และผู้ที่มีความเข้าใจในการทำงานหลายรูปแบบ ได้เสนอปัญหา เสนอความคิดแง่มุมและกลไกในการจัดการ รูปแบบต่างๆ ที่ตัวเองมีความรู้และมีประสบการณ์อย่างถ่องแท้ ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนที่สำคัญมาก

พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวว่า การประชุมมีข้อสรุปใน 3 ประเด็นหลักที่ทั้ง 3 ฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน คือ เรื่องที่ 1 ระบบความเป็นราชการ ที่ทำให้การดำเนินงานของสำนักงานฯ ติดขัดล่าช้า ตลอดจนการแก้ไขปัญหาไม่ทันต่อความต้องการและไม่ทันต่อความเดือดร้อน ไม่ทันต่อสิ่งที่ผู้มีสิทธิควรได้รับ เรื่องที่ 2 ความโปร่งใส เป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ทุกคนเห็นว่าสิ่งต่างๆ ควรได้รับรู้ รับทราบอย่างครบถ้วน แล้วข้อมูลต่างๆ ก็สามารถเข้าถึงได้ในโลกปัจจุบัน ซึ่งเป็นธรรมาภิบาลซึ่งจะนำไปสู่การปฏิรูป และ เรื่องที่ 3 การบริหารจัดการในระดับองค์กร จนถึงระดับบุคคล ตลอดจนรูปแบบของการบริหารจัดการ อย่างไรก็ตาม ทั้ง 3 ส่วนนี้ขาดออกจากกันไม่ได้ ต้องทำความเข้าใจและค้นหาสูตรที่เหมาะสม ในบริบทต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

Advertisement

“ทุกฝ่ายเห็นว่าเรื่องนี้ควรจะเกิดขึ้น แต่จะเกิดขึ้นในรูปแบบไหนเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะเป็นอนาคตของผู้ประกันตน นายจ้าง ตลอดจนกระทบต่อบริบทของการดำเนินกิจการของแรงงานในประเทศไทยด้วย จึงนำมาสู่การหารือและตกผลึกว่า ต้องมีองค์กรเข้ามาทำหน้าที่ในการศึกษา และต้องควบคุม 3 บริบทดังกล่าวนี้ และนำไปสู่ข้อสรุปให้ได้ในระยะเวลาที่เหมาะสม กรอบเวลาของคณะทำงานมี 60 วัน ถ้าถามวันนี้ คิดว่าการประชุมอีกครั้งอาจจะจบได้เลย ว่าเราจะดำเนินการในลักษณะไหนแต่สุดท้ายต้องรอเนื้อหาที่สำคัญจากการศึกษาและรวบรวมข้อมูลตลอดจนออกแบบมาเป็นแพตเทิร์น (Pattern) ให้เราเห็นนำมาสู่การออกแบบในขั้นตอนต่อไป” พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวและว่า การประชุมครั้งถัดไปจะเกิดขึ้นในวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้

ด้าน น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ในฐานะคณะทำงาน กล่าวว่า บรรยากาศการประชุมมีความสมานฉันท์มาก สิ่งสำคัญคือสร้างความมีส่วนร่วม ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างทีมศึกษาที่จะมาดำเนินการต่อ ตั้งแต่กระบวนการร่างขอบเขตเงื่อนไขการจ้าง จะมีการนำสู่การรับทราบของผู้ประกันตน นายจ้าง และภาครัฐที่จะมีส่วนเสนอข้อคิดเห็น นอกจากนั้น ยังมีการตั้งคณะที่ปรึกษาที่จะให้ข้อมูลข้อคิดเห็นเพื่อให้การปฏิรูปประกันสังคมเดินหน้าต่อมั่นคงและยั่งยืน

ขณะที่ รศ.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ในฐานะคณะทำงานฯ กล่าวว่า ตอนนี้เป็นฉันทามติของพรรคการเมืองในการปฏิรูปประกันสังคม ซึ่งในการประชุมเห็นพ้องต้องกันใน 3 เรื่องดังกล่าว ซึ่งประเด็นสำคัญคือวิธีการคิดทำให้กองทุนนี้มีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันก็ต้องให้คนในองค์กรสามารถเติบโตไปด้วยกันได้ นัยหนึ่งคือข้อเสนอให้ประกันสังคมเป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพ ยึดโยงกับคู่ประกันตน และตอบสนองการเติบโตในอาชีพของพนักงานประกันสังคมได้ ซึ่งความสนใจของพรรคการเมืองและกระแสสังคมในตอนนี้ ก็หวังว่าผลลัพธ์ของคณะทำงานชุดนี้จะออกมาเป็นร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม เพื่อเสนอภายหลังการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์นี้ เมื่อได้รัฐบาลใหม่มา เราก็จะมีสารตั้งต้นในการผลักดันการปฏิรูปองค์กรสวัสดิการที่ใหญ่ที่สุดในประเทศนี้

ด้าน นางสิริวัน ร่มฉัตรทอง ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง ในฐานะคณะทำงานฯ กล่าวว่า วันนี้เราได้ดูปัญหาเชิงโครงสร้างเพราะประกันสังคมมีลักษณะเฉพาะ การบริหารจัดการอาจลำบากกว่าราขกทรเฉพาะหรือองค์กรอิสระเฉพาะ เราก็มาดูว่าปัญหาใดมีความเร่งด่วน ซึ่งมุมมองของนายจ้าง เราคำนึงถึงความมั่นคงของกองทุนและความเป็นธรรมระหว่างรุ่น เราจะไม่ดูว่าตอนนี้สิทธิประโยชน์ของแต่ละท่านได้อย่างไร แต่ดูไปถึงว่าในอนาคตข้างหน้า น้องที่กำลังโตขึ้น ที่กลัวว่าประกันสังคมจะไม่มีเงิน เราก็ต้องทำให้มั่นใจว่า มีเสถียรภาพและมั่นคงทุกชีวิตภายใต้หลักประกันที่ปลอดภัย

เมื่อถามว่ามีหน่วยงานหรือองค์กรที่ถูกเสนอชื่อขึ้นมาทำการศึกษานี้หรือไม่ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวว่า ณ วันนี้ยังไม่ได้มีหน่วยงานใดที่ถูกเสนอขึ้นมา จึงให้ทุกฝ่ายไปทำการบ้านและเสนอขึ้นมาในการประชุมครั้งต่อไป และขอให้โอกาสนี้ในการเชิญหน่วยงานใดที่สนใจอยากเข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิรูปครั้งนี้ สามารถเสนอตัวเข้ามาได้ เพื่อให้เราสามารถผลิตเนื้อหาและรูปแบบแนวใหม่ที่ดี หรืออาจเป็นเรื่องใหม่ในระดับสากลได้หากเราทำให้เกิดประสิทธิภาพที่ดี โอกาสนี้จะมีประโยชน์ในภาพใหญ่ของประเทศ

ถามต่อถึงแนวคิดในการให้ภาคเอกชนเข้ามาบริหารจัดการกองทุนประกันสังคม พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลทุกมิติ ต้องไปศึกษาในรายละเอียดในเชิงบริบทว่าอะไรที่เหมาะสมและดีที่สุดในขณะนี้จนถึงอนาคต ยังไม่ได้บอกว่าจะเป็นเอกชน 100% หรือหน่วยใด 100% ที่คุยกันวันนี้คือ ทำอย่างไรให้เกิดสิ่งที่ดีที่สุด