สหภาพคนทำงาน จี้ บอร์ดประกันสังคมเพิ่มสิทธิให้คนทำงาน ‘ทำฟัน-ผ่าตัดส่องกล้อง’ ต้องเหนือกว่าบัตรทอง แฉ ทริปดูงานเมืองนอก กลับมาพร้อมนาฬิกาหรู ขอรัฐตรวจสอบเส้นทางการเงินย้อนหลังทุกคน
เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่อาคารอเนกประสงค์ สำนักงานใหญ่ประกันสังคม จ.นนทบุรี ในการประชุมคณะกรรมการประกันสังคม หรือ บอร์ดประกันสังคม ชุดที่ 16 ครั้งที่ 3/2569 โดยเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายก่อนที่บอร์ดชุดนี้จะหมดวาระในวันที่ 13 กุมภาพันธ์นี้
ในเวลา 12.30 น. นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข สมาชิกสหภาพคนทำงาน พร้อมด้วยผู้แทนสหภาพฯ ผู้แทนจากกลุ่มอาชีพอิสระในแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น ไรเดอร์ ราว 20 คน ได้เดินทางมาเพื่อเรียกร้องด้านสิทธิประโยชน์การรักษาพยาบาลของผู้ประกันตน ตามสิทธิประกันสังคม รวมถึงแสดงเชิงสัญลักษณ์ด้วยการร่วมตัดเค้กที่มีข้อความเขียนว่า “ประกันสังคม 2.9 ล้านล้านบาท” และมีป้ายติดกำกับว่า ตึก SKYY9 7 พันล้านบาท , TU Dome 200 ล้านบาท และ เว็บแอพพลิเคชั่น 850 ล้านบาท ซึ่งมีการอ่านแถลงการณ์ พร้อมแบ่งเค้กกัน

จากนั้น เวลา 13.30 น. นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ในบอร์ดประกันสังคม ได้ออกมาจากห้องประชุมก่อน เนื่องจากติดภารกิจ จึงเป็นตัวแทนรับมอบหนังสือจากสหภาพฯ

นายสมยศ กล่าวว่า สหภาพคนทำงานมีความไม่พอใจในเรื่องของการนำเงินเกือบ 3 ล้านล้านบาท ที่มาจากหยาดเหงื่อแรงงานความทุกข์ของคนทำงาน ถูกหักประกันสังคม 825 บาทต่อเดือน เหมือนเก็บไป 100 บาท แต่คืนสิทธิประโยชน์ให้ไม่ถึง 10 บาท เพราะสิทธิประโยชน์ทุกวันนี้ยังต่ำมาก เช่น ทำฟัน 900 บาท เราก็เคยยื่นในบอร์ดชุดนี้ไปแล้ว ขอขึ้นเป็น 2,000 บาท แต่ไม่มีความคืบหน้า ต่อมาคือ สิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนน้อยมาก ทั้งที่เก็บเงินจากพวกเรา เช่น การผ่าตัดส่องกล้องต้องเสียส่วนต่าง ทั้งที่สิทธิบัตรทอง 30 บาท ไม่ต้องเสีย ดังนั้นผู้ประกันตนต้องมาจ่ายเงินเอง แล้วปัญหาเหล่านี้ไม่มีการพูดถึง แม้กระทั่งบอร์ดประกันสังคมชุดนี้ ยังไม่รวมเรื่องการรักษาโรคมะเร็งหรือการส่งตัวที่ยังแย่กว่าสิทธิ 30 บาท ทั้งที่ผู้ประกันตนเป็นคนเสียเงินและมีเงิน 2.9 ล้านล้านบาท มากพอที่จะดูแลผู้ประกันตน ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ใช่แค่รักษาพยาบาลแต่รวมถึงการประกันว่างงาน เงินบำนาญชราภาพ ที่ขณะนี้ก็ยังไม่เกิดการประกาศใช้สูตรบำนาญ Care
“ที่พูดๆ กันอยู่ตอนนี้เป็นการต่อสู้เพื่อแย่งชิงทรัพยากร แต่ไม่มีใครสนใจข้อเท็จจริงที่เป็นความทุกข์ยากของผู้ประกันตน และไม่มีใครสนใจยกระดับมาตรฐานการรักษาพยาบาลให้ดีขึ้น” นายสมยศ กล่าว
นายสมยศ กล่าวต่อว่า เรื่องการเปลี่ยนระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม จากเดิมที่ 1 คนเลือกได้ 7 คน ก็จะเปลี่ยนให้เหลือ 1 คนเลือกได้ 1 คน ซึ่งตนมองว่าเรื่องนี้ไม่ควรปรับให้เหลือ 1 คนเลือกได้ 1 คน เพราะการทำงานจะต้องอาศัยความเป็นเอกภาพ จึงควรคงให้ 1 คนเลือกได้ 7 คนเหมือนเดิม เพราะขนาดฝ่ายรัฐบาลยังมีการแต่งตั้งมา มีความเป็นเอกภาพ ทำให้ส่วนราชการสามารถเอาทรัพยากรที่เป็นเหมือนเค้ก 3 ล้านล้านบาท ไปใช้ประโยชน์ ให้กับกลุ่มนายทุน ตอนนี้ประกันสังคมถูกแปรเปลี่ยนจากกองทุนสวัสดิการเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของผู้ประกันตน เป็นประกันสังคมเพื่อนายทุน เพื่อธุรกิจและทำให้บอร์ดประกันสังคมทั้งหมดคิดในเชิงธุรกิจทั้งหมด ทำให้สิทธิประโยชน์ของพวกเราอย่างต่ำเตี้ยตกต่ำอยู่

นายสมยศ กล่าวว่า ตนขอให้มีการตรวจสอบเส้นทางการเงินของบอร์ดประกันสังคมทุกคนย้อนหลัง 10 ปี ตรวจสอบทุกบอร์ด แล้วจะพบว่ามีคนร่ำรวยผิดปกติอย่างแน่นอน บางคนเป็นใหญ่เป็นโต เข้าสู่งานการเมือง บางคนมีคฤหาสน์ มีบริษัททำโน่นทำนี่เยอะแยะ ล้วนแล้วแต่เคยเป็นบอร์ดประกันสังคม จึงขอให้มีการตรวจสอบการเงินของบอร์ดประกันสังคมทุกชุดรวมถึงชุดนี้ด้วย ถ้าบริสุทธิ์ใจก็ให้แสดงทรัพย์สินมา และขอฝากการบ้านบอร์ดประกันสังคมชุดที่กำลังหมดอายุ อย่าหมดวาระไปเฉยๆ ต้องทำการบ้านต่อเนื่อง และก็ต้องฝากการบ้านถึงบอร์ดชุดหน้า ควรมีเอกภาพที่จะทำให้บอร์ดประกันสังคมมีความโปร่งใส
“ไม่งั้นความพยายามที่จะเปลี่ยนบอร์ดประกันสังคม คือความพยายามที่จะกลับมาปล้นสะดมกองทุนประกันสังคม และที่น่าเกลียดที่สุด บอกว่าทำตามระเบียบ ถูกต้องว่า 10% เอามาบริหารงาน แต่ 10% ของ 3 ล้านล้านบาท เป็นเงินมหาศาลเยอะมาก อ้างระเบียบถูกต้องแต่ถามว่าสุจริตใจหรือไม่ เหมาะสมหรือไม่ อย่างปฏิทินที่พวกเราไม่ได้ต้องการ และไม่ได้เป็นวัตถุประสงค์ของประกันสังคม เอามาซื้อปากกา เอามาซื้อยูนิฟอร์ม ไม่ว่าจะถูกระเบียบ แต่เชื่อว่าพนักงานประกันสังคมไม่ได้ต้องการสูทหรือยูนิฟอร์ม ข้ออ้างต่างๆ จึงเหลวไหลทั้งสิ้น เป็นการนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์” นายสมยศ กล่าว

นอกจากนั้น นายสมยศ ยังกล่าวอ้างถึง การเดินทางไปต่างประเทศเพื่อดูงาน ผ่านเวลามาเป็น 30 ปีก็ยังดูงานอยู่ โดยเฉพาะรัฐมนตรีที่ไปดูงานก็ถือว่าผิดแล้ว เพราะการที่คุณมาเป็นรัฐมนตรีต้องมีความพร้อมในการบริหารระบบประกันสังคม ไม่ต้องไปดูงานแล้ว และในการไปดูงานแต่ละครั้งก็ไม่เคยมีรายงานว่ากลับมาได้อะไรบ้าง มีหลายคนที่กลับมาพร้อมกับนาฬิกาหรู มีการไปติดสินบนกันที่ต่างประเทศ บริษัทรับเหมาที่พาไปดูงาน ถ้าตรวจสอบก็จะรู้ว่าเป็นบริษัทใด เป็นเหตุที่ทำให้ประกันสังคมเละเทะเน่าเฟะ ผู้ประกันตนจึงต้องมาบอกว่าเงินของเราถูกถลุง ใช้ในทางไม่เกิดประโยชน์ แม้แต่ผลตอบแทนจากการลงทุน 3% หรือประมาณ 80,000 ล้านบาท ถือว่าต่ำมาก ต่ำกว่ากองทุนประกันสังคมของมาเลเซียอยู่เยอะ เพราะไปลงทุนในธุรกิจที่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุน พวกพ้องนักการเมือง
เมื่อถามว่าสเปคของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นอย่างไร และถ้าได้รัฐมนตรีท่านเดิมจะเป็นอย่างไร นายสมยศ กล่าวว่า สิ่งที่เราอยากให้รัฐมนตรีท่านใหม่มาดำเนินการทันทีคือการจัดการเรื่องสิทธิประโยชน์ อย่างน้อยที่สุดต้องก้าวหน้ากว่าสิทธิ 30 บาท ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดส่องกล้อง การทำฟัน เพิ่มเงินชราภาพ ให้ได้น้ำได้เนื้อจากเงินที่เราถูกหัก รัฐบาลชุดใหม่ไม่ต้องใส่ใจอะไรมาก ใส่ใจชีวิตความเป็นอยู่ตามที่หาเสียงไว้ก็โอเคแล้ว

“ถ้าได้คุณสุชาติ ชมกลิ่น ก็หวังว่าจะทำอะไรให้บ้านเมือง โดยเฉพาะประกันสังคม เรื่องค่าจ้างให้ดีขึ้น ไม่ใช่ให้พวกเราอยู่ในสภาพเหมือนทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหนก็ตาม สวัสดิการ ค่าจ้าง ความมั่นคงในการทำงาน ค่าชดเชยต่างๆ ที่เกิดขึ้น ส่วนรัฐมนตรีแรงงานที่อยากได้ เราอยากได้แบบพรรคประชาชน ตัวแทนผู้ใช้แรงงานของจริง แต่ถ้ามาโดยเป็นรัฐบาลปัจจุบันของคุณอนุทิน ก็หวังว่าเขาจะรับฟังความทุกข์ยากของพวกเรา และทำในสิ่งที่ควรทำเพื่อหลักประกันชีวิตความเป็นอยู่ของคนทำงานให้ดีขึ้น” นายสมยศ กล่าว

