ประกันสังคม เห็นชอบงบเลือกตั้งบอร์ด 275 ล้านบาท จัดเลือกตั้งในเดือน ก.ค. นี้ เผย สิทธิผ่าฟันคุดที่คลินิกเอกชน-รัฐ พร้อมเข้าร่วม 30% จาก 1,800 แห่งที่ตอบแบบสำรวจ
เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่อาคารอเนกประสงค์ สำนักงานใหญ่ประกันสังคม จ.นนทบุรี ในการประชุมคณะกรรมการประกันสังคม หรือบอร์ดประกันสังคม ชุดที่ 14 ครั้งที่ 3/2569 โดยมี พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุม และมีผู้แทนจากฝ่ายนายจ้าง ฝ่ายผู้ประกันตน และภาครัฐเข้าร่วมประชุมกว่า 5 ชั่วโมง จากนั้นได้มอบหมายให้ นางนิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานประกันสังคม เป็นผู้แถลงข่าวผลการประชุมต่อสื่อมวลชน
นางนิยดากล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาหลายเรื่อง โดยสำคัญๆ คือ เรื่องที่ 1 ตั้งประมาณการหนี้สินประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพและทุพพลภาพ ตามข้อเสนอแนะของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ซึ่งเดิมสำนักงานประกันสังคมมีการคำนวณตามสูตร แต่ทาง สตง.แนะนำว่าควรตั้งประมาณการเป็นภาระผูกพันตามสิ่งที่เกิดขึ้น โดยอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องได้มีมติและเสนอมาที่บอร์ด เพื่อปรับปรุงการคำนวณเงินสำรองเงินทดแทน 2 กรณี ผ่านการบันทึกบัญชี โดยต้องรับรู้ภาระผูกพันเมื่อเริ่มได้สิทธิตามกฎหมาย คือ เมื่อมีผู้เกิดสิทธิชราภาพและทุพพลภาพ ก็จะต้องตั้งการประมาณการสิ่งที่เขาจะได้รับจนกว่าจะเสียชีวิต บันทึกในรายการทำงบดุล ซึ่งจะต่างจากที่ผ่านมา โดยการดำเนินการก็จะกระทบเงินการเงิน ส่งผลให้ภาระหนี้สินของกองทุนเพิ่มขึ้นกว่าเดิมในปีแรกๆ แต่ในปีถัดๆ ไปก็จะคล่องตัวขึ้น จึงอยากให้มีการชี้แจงต่อสู่สาธารณชนให้รับทราบ
นางนิยดากล่าวว่า เรื่องที่ 2 การพิจารณาข้อเสนอของคณะกรรมการการแพทย์ หรือบอร์ดแพทย์ ซึ่งมี 2 เรื่องหลักคือ 1.การปรับปรุงเกณฑ์ที่ผู้ประกันตนจะได้รับเครื่องอัดแรงดันอากาศแรงดันบวก หรือ CPAP เพื่อตรวจจับภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับตามที่ประกาศไปเมื่อปี 2566 โดยบอร์ดแพทย์ได้ประเมินและปรับปรุงเกณฑ์ให้มีความชัดเจน เพื่อให้ได้รับเครื่องซีแพบ เช่น กำหนดจำนวนครั้งการหยุดหายใจขณะหลับ และทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น และกำหนดรายละเอียดอุปกรณ์ให้ชัดเจน ต้องมีการทดสอบเครื่องซีแพบก่อนรับมาใช้จริง
นอกจากนั้น ผู้ประกันตนยังสามารถรับการรักษา “ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ” ในสถานพยาบาลที่ผ่านการรับรองจากราชวิทยาลัย และ 2.สิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรม ที่ผู้ประกันตนสามารถรับบริการอุด ขูด ถอนฟันในสถานพยาบาลของรัฐในอัตราที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด โดยไม่ต้องสำรองจ่าย ส่วนโรงพยาบาล (รพ.) รัฐ ที่ไม่ได้อยู่ในคู่สัญญากับประกันสังคม ผู้ประกันตนสามารถสำรองจ่ายและนำเอกสารมาเบิกได้
และเรื่องที่ 3 การออกประกาศการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานนอกตลาด ประกาศการลงทุนในกิจการเงินร่วมลงทุนที่ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานนอกตลาด และประกาศการลงทุนในกิจการเงินร่วมลงทุน เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับสัดส่วนลงทุนจากเดิมที่ลงทุนในสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำต่อความเสี่ยงสูง 40:60 มาเป็น 50:50 ตามแผนการลงทุน SAA ที่บอร์ดประกันสังคมได้อนุมัติไปเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
นางนิยดากล่าวต่อว่า นอกจากนั้นยังได้อนุมัติตั้งงบประมาณ 275 ล้านบาท เพื่อการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม โดยคาดว่าจะมีการลงคะแนนเสียงในเดือนกรกฎาคมนี้ อย่างไรก็ตาม การคำนวณงบประมาณวันนี้ยึดตามระเบียบเลือกตั้งเดิม แม้จะมีการทำประชาพิจารณ์ระเบียบเลือกตั้งฉบับใหม่ ที่จะปิดรับฟังความเห็นในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ซึ่งโดยสรุปแล้วจะมีการใช้ระเบียบเลือกตั้งฉบับใดนั้น จะต้องมีการเสนอไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งของประกันสังคมก่อน คาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในต้นเดือนมีนาคม
เมื่อถามถึงรายละเอียดด้านสิทธิทันตกรรม นางนิยดากล่าวว่า คาดว่าจะมีการเริ่มใช้ในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้ ซึ่งทางประกันสังคมได้มีการตั้งวงเงินจ่ายกรณีผ่าฟันคุดแบบง่ายที่ 1,500 บาท และแบบยากซับซ้อน 2,500 บาท รวมถึงการรักษารากฟันเทียมด้วย ซึ่งจะมีเงื่อนไขระบุ ทั้งนี้มีการส่งแบบสอบถามไปยังหน่วยบริการทางภาครัฐและเอกชนที่เป็นคู่สัญญาอยู่ในปัจจุบันราว 5,000 กว่าแห่ง ว่าจะเข้าร่วมการทำสัญญาในการผ่าฟันคุดและรักษารากฟันตามประกาศฉบับใหม่นี้หรือไม่ ขณะนี้มีตอบมาประมาณ 1,800 แห่ง ในจำนวนนี้ 30% มีความพร้อมที่จะเข้าร่วม อย่างไรก็ตาม ถ้าผู้ประกันตนไปทำฟันใน รพ.ของรัฐ ไม่ต้องสำรองจ่าย และไม่มีวงเงิน โดยประกันสังคมจะจ่ายให้กับหน่วยบริการทันตกรรมตามอัตราที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด
เมื่อถามย้ำว่าจะมีการแยกคู่สัญญาคลินิกทันตกรรมที่เดิมให้บริการในวงเงิน 900 บาทอยู่แล้ว ออกจากสัญญาผ่าฟันคุดหรือไม่ นางนิยดากล่าวว่า เรื่องนี้จะมีการหารือกันในบอร์ดแพทย์อีกครั้ง
เมื่อถามถึงเกณฑ์การตัดสินว่าผ่าฟันคุดง่ายหรือซับซ้อน เพื่อสร้างความมั่นใจในการเบิกจ่ายให้กับคลินิกทันตกรรม นางนิยดากล่าวว่า ในเรื่องนี้มีเกณฑ์ระบุชัดเจนอยู่แล้ว ก็จะเหมือนกับการเบิกจ่าย 900 บาท ที่ผู้ประกันตนไม่ต้องสำรองจ่าย แล้วทางคลินิกก็จะยื่นเรื่องมาเบิกที่ประกันสังคม ก็จะต้องแนบหลักฐานต่างๆ เช่นฟิล์มเอกซเรย์


