คพ.ออกประกาศ ห้ามประชาชนเข้าใกล้ตู้คอนเทนเนอร์ที่มีป้ายสารอันตราย จากเรือบรรทุกสินค้าอับปาง
กรมควบคุมมลพิษ ออกประกาศ เรื่อง คำแนะนำสำหรับประชาชนกรณีพบเห็นตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุสารอันตรายจากเรือบรรทุกสินค้า SEALLOYD ARC สัญชาติปานามาอับปาง พ.ศ. 2569
จากกรณี เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 15.30 น. เรือบรรทุกสินค้าประเภท DRY CARGO/CONTAINER SHIP ชื่อ SEALLOYD ARC สัญชาติปานามา ขนาด 4,339 ตันกรอส ความยาว 113 เมตร ความกว้าง 16 เมตร ประสบเหตุอับปาง บริเวณทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะแก้วน้อย จังหวัดภูเก็ต มีความลึก 61 เมตร บริเวณพิกัด ละติจูด 7° 43.88″ เหนือ ลองจิจูด 98° 16.62″ ตะวันออก ท้องทะเลเป็นทรายปนโคลน มีลักษณะการวางตัวเอียงเล็กน้อย เนื่องจากเป็นเรือบรรทุกสินค้า ที่มีตู้คอนเทนเนอร์ จำนวน 297 ตู้ หลังจากจมลงตู้คอนเทนเนอร์ ได้มีการลอยตัวและกระจัดกระจายโดยรอบบริเวณจุดพิกัดดังกล่าว

ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของประชาชนเมื่อพบเห็นตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุสารอันตรายจากเรือบรรทุกสินค้า SEALLOYD ARC สัญชาติปานามา ที่อับปาง และเป็นการให้คำแนะนำสำหรับประชาชน กรณีพบเห็น
ตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุสารอันตรายจากเรือบรรทุกสินค้า SEALLOYD ARC สัญชาติปานามา
นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ออกประกาศคำแนะนำ และแนวทางปฏิบัติเมื่อพบเห็นตู้คอนเทนเนอร์บนชายหาด หรือในทะเลซึ่งไม่ทราบแหล่งที่มา ดังนี้

1. ไม่เข้าใกล้ตู้คอนเทนเนอร์ต้องสงสัย โดยต้องรักษาระยะห่างอย่างน้อย 50 เมตร ทั้งนี้
ห้ามประชาชน นักท่องเที่ยว หรือผู้ไม่มีหน้าที่เข้าใกล้
2. ไม่เปิดตู้คอนเทนเนอร์ต้องสงสัยที่พบบนชายหาด หรือในทะเล โดยเฉพาะตู้ที่มีเครื่องหมายสัญลักษณ์แสดงความเป็นอันตราย ดังรายละเอียดในภาคผนวกท้ายประกาศนี้
3. ไม่สัมผัสแตะต้องของเหลว คราบน้ำมัน หรือก้อนสารเคมีที่รั่วไหลออกจากตู้คอนเทนเนอร์ เพราะอาจเป็นสารกัดกร่อนหรือสารที่ดูดซึมผ่านผิวหนังได้

4. ไม่สูบบุหรี่ หรือกระทำการใด ๆ ที่ก่อให้เกิดประกายไฟ หรือใช้เปลวไฟใกล้พื้นที่ เนื่องจากสารเคมีในตู้คอนเทนเนอร์ของเรือบรรทุกสินค้าหลายชนิดเป็นสารไวไฟสูง รวมถึงงดใช้เครื่องยนต์ในบริเวณที่มีกลิ่นสารเคมี
5. ขอความร่วมมือประชาชนที่พบเจอถ่ายภาพตู้คอนเทนเนอร์ ป้ายแสดงสัญลักษณ์ความเป็นอันตราย (หากมี) ตำแหน่งที่พบ และโปรดติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 1650 (กรมควบคุมมลพิษ) 1196 (กรมเจ้าท่า) หรือ 1465 (ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล)

