แพทย์ชี้90%ของชายเคยมีเพศสัมพันธ์ ติดเชื้อ HPV แต่ไม่รู้ตัว แนะทุกเพศฉีดวัคซีนป้องกัน

17.02.26 | 10:36 น.

แพทย์ชี้90%ของชายเคยมีเพศสัมพันธ์ ติดเชื้อ HPV แต่ไม่รู้ตัว แนะทุกเพศฉีดวัคซีนป้องกัน

วันนี้ (17 กุมภาพันธ์ 2569) พญ.ประยงค์ศรี คำประพันธ์ สูตินรีแพทย์ ประจำโรงพยาบาล (รพ.) ธนกาญจน์ กล่าวว่า เชื้อไวรัส HPV มักถูกจดจำในฐานะสาเหตุของโรคมะเร็งปากมดลูก จนหลายคนเข้าใจว่าวัคซีน HPV เป็นเรื่องของผู้หญิงเท่านั้น แต่ความจริงคือ ผู้ชายก็มีโอกาสได้รับเชื้อ HPV สูงไม่แพ้กัน และส่วนใหญ่ไม่เคยรู้ตัวเลยว่ามีเชื้ออยู่ในร่างกาย

พญ.ประยงค์ศรี กล่าวว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แพทย์เริ่มพบว่ามีผู้ชายเข้ารับคำปรึกษาและขอรับวัคซีน HPV ด้วยตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่หาข้อมูลด้านสุขภาพด้วยตนเอง หรือได้รับคำแนะนำจากคู่รักและครอบครัว ซึ่งสะท้อนถึงการตื่นตัวด้านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป

“ผู้ชายกว่าร้อยละ 90 ที่เคยมีเพศสัมพันธ์ เคยได้รับเชื้อ HPV ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต และระบบภูมิคุ้มกันของผู้ชายตอบสนองต่อเชื้อได้ไม่ดีนัก ทำให้เชื้อสามารถแฝงอยู่ในร่างกายได้นานมากกว่า 10 ปี โดยไม่มีอาการใดๆ ผู้ติดเชื้อจึงอาจแพร่เชื้อสู่คู่นอนได้โดยไม่รู้ตัว ทั้งนี้ HPV สามารถแพร่ผ่านการสัมผัสทางเพศได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ชาย-หญิง ชาย-ชาย หรือ หญิง-หญิง ปัจจุบันหลายประเทศจึงแนะนำการฉีดวัคซีนแบบ Gender-Neutral Vaccination หรือการฉีดวัคซีนสำหรับทุกเพศ เพราะการป้องกันการติดเชื้อเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทั้งสองฝ่าย” พญ.ประยงค์ศรี กล่าว

พญ.ประยงค์ศรี กล่าวต่อไปว่า การติดเชื้อ HPV ในผู้ชาย สัมพันธ์กับโรคหลายชนิด ได้แก่ มะเร็งช่องปากและลำคอ ที่พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงถึง 5 เท่า มะเร็งทวารหนัก มะเร็งองคชาต และ หูดหงอนไก่ ที่สำคัญ ผู้ชายไม่มีการตรวจคัดกรองมะเร็งอวัยวะเพศเหมือนผู้หญิง ทำให้หลายกรณี ตรวจพบเมื่อโรคลุกลามแล้ว

Advertisement

“ผู้ชายจำนวนมากคิดว่า ไม่เห็นมีอาการจึงไม่จำเป็นต้องฉีด แต่จริงๆ แล้ว HPV สามารถแฝงอยู่ในร่างกายได้นาน และแพร่สู่คนที่รักได้โดยไม่รู้ตัว การฉีดวัคซีนจึงเป็นการป้องกันทั้งตัวเองและคู่ในระยะยาว ปัจจุบัน ผู้ชายจำนวนมาก เริ่มให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การตรวจสุขภาพประจำปี หรือการฉีดวัคซีน HPV เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของโรคในอนาคต การตื่นตัวของผู้ชายที่เริ่มหันมาใส่ใจวัคซีน HPV มากขึ้น จึงถือเป็นสัญญาณที่ดีของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป” พญ.ประยงค์ศรี กล่าวและว่า แม้ HPV จะเป็นเชื้อที่พบได้ไม่บ่อยและมักไม่มีอาการ แต่ความเสี่ยงของโรคที่ตามมาอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว การฉีดวัคซีนจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันสำหรับทั้งผู้ชายและผู้หญิง รวมถึงผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ