อธิบดีอุทยานฯ ฟัน อดีตหัวหน้าเขตแม่ยวมฝั่งขวา สั่งตัดต้นไม้ทำถนน รุกป่ากว่า 2 ไร่

18.02.26 | 15:19 น.

อธิบดีกรมอุทยานฯ สั่งฟันอดีตหน.ขสป.แม่ยวมฝั่งขวา หลังสั่งตัดต้นไม้ทำถนน รุกป่ากว่า 2 ไร่ ย้ำไม่ละเว้น พร้อมสั่งเร่งฟื้นฟูกลับเป็นพื้นที่ป่า

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ นายชัยชาญ ศรียงค์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยความคืบหน้ากรณีมีการตัดต้นไม้ทำเส้นทางถนนเชื่อมต่อบ้านขุนแม่สองกับหมู่บ้านห้วยกองเป๊าะ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า(ขสป.) สาละวิน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา จ.แม่ฮ่องสอน ว่า

เรื่องดังกล่าวกรมอุทยานฯ รับทราบเรื่องตั้งแต่เดือนธ.ค. 2568 แล้ว และได้แจ้งความดำเนินคดีไปยังสภ.เสาหิน ตั้งแต่วันที่ 3 ธ.ค. 2568 เพื่อสืบสวนหาผู้กระทำผิด และเนื่องจากการกระทำผิดเกิดขึ้นใน 2 พื้นที่ คือ ขสป.สาละวิน ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจสอบสวนของ สภ.เสาหิน และพื้นที่ขสป.แม่ยวมฝั่งขวา ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ สภ.แม่ลาหลวง การแยกสำนวนจึงเป็นไปตามมาตรา 19 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ไม่ใช่การอำพรางหรือแบ่งคดีแต่อย่างใด อีกทั้งทางสำนักฯ ได้รายงานผลการตรวจยึดพื้นที่บุกรุก 2-1-58 ไร่ ให้อธิบดีกรมอุทยานฯ ทราบผ่านผู้อำนวยการสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค. 2568 แล้ว

นายชัยชาญ กล่าวอีกว่า โดยในวานนี้ (17ก.พ.) ได้เข้าแจ้งความเพิ่มเติมกับสภ.แม่ลาหลวง เพื่อดำเนินคดีกับอดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา ในฐานะผู้สั่งการให้มีการตัดทำเส้นทางดังกล่าว โดยมีหลักฐานสำคัญเป็นบันทึกการประชุมหมู่บ้านห้วยกองเป๊าะ เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2568 ซึ่งระบุพฤติการณ์ชัดเจน โดยทางตร.เตรียมออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหามาดำเนินคดีต่อไป

ในส่วนของผู้กระทำความผิดรายอื่นและของกลางที่ระบุถึง ทั้งผู้จ้างวาน เจ้าของรถแบ็คโฮ 60 แรงม้า เจ้าของรถแทรกเตอร์ รวมถึงการตรวจนับปริมาตรไม้และดินเพิ่มเติมอีกกว่า 2 กม. นั้น ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของพนักงานสอบสวนที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานและเรียกสอบคำให้การพยานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปความเห็นสั่งฟ้องตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา

Advertisement

นายชัยชาญ ย้ำว่า นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานฯ ได้เน้นย้ำว่าจะไม่มีการละเว้นหากพบเจ้าหน้าที่รัฐรายใดมีส่วนเกี่ยวข้อง และสั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เข้าทำลายเส้นทางตัดใหม่ทันที เพื่อไม่ให้มีการใช้งาน และเร่งฟื้นฟูสภาพป่าให้กลับมาสมบูรณ์โดยเร็วที่สุด