มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ยกเคส หญิงตกร่องน้ำในห้างขาหัก ชี้ช่อง ฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ 1 ล้าน

19.02.26 | 13:26 น.

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ชี้ช่อง ฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ หากได้รับบาดเจ็บจากข้อบกพร่องของห้าง ยกเคสหญิงตกร่องน้ำ ขาหัก-แอดมิต ฟ้องเรียกค่าเสียหาย 1 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เปิดเผยถึงกรณีหากประชาชนผู้ที่ถือได้ว่าเป็นบริโภค-ผู้ใช้บริการ เกิดประสบอุบัติเหตุในห้างสรรพสินค้าจนได้รับบาดเจ็บ ต้องแอดมิตโรงพยาบาล ส่งผลให้ขาดงาน ขาดรายได้ สามารถใช้สิทธิฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากห้าสรรพสินค้าได้

โดย มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้เปิดเผยข้อมูลผ่านเพจ ความว่า เหตุผลที่เราสามารถร้องเรียกค่าเสียหายได้ เพราะเจ้าของพื้นที่มีหน้าที่ต้องดูแลรับผิดชอบความปลอดภัยให้กับผู้ใช้บริการอย่างเหมาะสม หากวันใดคุณเกิดอุบัติเหตุ จนหัวร้างข้างแตก เพราะทางห้างไม่จัดอุปกรณ์ป้องกันภัยให้เหมาะสม ผู้บริโภคในฐานะผู้ใช้บริการสามารถใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายได้

จากตัวอย่างของสาวรายหนึ่งที่จู่ๆ ต้องตกเป็นผู้บาดเจ็บอย่างไม่ทันตั้งตัว เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ในช่วงเย็นย่ำวันหนึ่งเธออยากไปซื้อของ ในห้างที่จังหวัดลำปางใครๆ ก็รู้กันเนอะ แถวต่างจังหวัด มักทำลานจอดกว้างๆ ไว้ด้านนอก เธอก็ขับเก๋งมาจอดตรงนั้นแหละ แล้วเดินไป SHOPPING เมื่อหนำใจก็ได้เวลากลับ แต่วินาทีที่กำลังเดินไปขึ้นรถ… ว้าย !! เธอร้องออกมาด้วยความตกใจสุดขีด เมื่อรถเก๋งคันหนึ่งวิ่งมาด้วยความเร็วในระยะประชิด เธอจึงก้าวเท้าหนีขึ้นไปยืนบนเกาะกลางถนน แต่ไอ้ตรงจุดนั้นไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง เกิดเรื่องเลย! เมื่อก้าวเท้าลงไปเท่านั้นแหละ ทำให้ตกลงไปในร่องน้ำรูปตัววี ที่ไม่มีฝาปิด เสียหลักลื่นล้มลงอย่างแรง จนกระดูกข้อเท้าขวาหลุดและแตกหัก! อาการสาหัส ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลซึ่งอยู่ในพื้นที่ของห้างที่เกิดเหตุ

วันเกิดเหตุ มีตัวแทนของทางห้างมาเยี่ยม โดยยืนยันผู้บริหารพร้อมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ขอเพียงแค่รักษาตัวในเขตพื้นที่นี้เท่านั้น แต่เนื่องจากผู้บาดเจ็บเป็นคนสูงอายุและไม่ใช่คนในพื้นที่ การที่ญาติจะมาดูแลย่อมเป็นเรื่องที่ลำบาก เธอจึงตัดสินใจแจ้งกับตัวแทนของห้าง เพื่อขอย้ายตัวมารักษาฟื้นฟูร่างกายที่กรุงเทพฯ แต่กลับได้คำตอบว่า ต้องรักษาตัวภายในจังหวัดที่เกิดเหตุเท่านั้น หากย้ายไปรักษาที่อื่นไม่อาจรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆ แต่ขอนำเรื่องไปแจ้งผู้บริหารห้าง แล้วจะให้คำตอบมีทางหรือไม่ แต่เฝ้ารออยู่สองวันก็ยังไม่มีคำตอบใดๆ จึงตัดสินใจเดินทางเพื่อมารักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลที่กรุงเทพฯ ตามคำแนะนำของญาติและแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด ทว่าก็ยังหวังให้ทางห้างรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล แต่รอแล้วรอเล่า เรื่องกลับเงียบจ้อย

ด้วยความร้อนใจ จึงขอให้เพื่อนไปเข้าพบผู้บริหารของห้าง เพื่อรับฟังคำอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่แทบไม่น่าเชื่อว่า จะได้คำตอบทำเอาถึงกับอึ้ง! …. “บริษัทมีความมั่นใจโดยสุจริตว่า บริษัทมิได้มีส่วนที่ต้องรับผิดชอบต่อความบาดเจ็บทั้งหมด” นี่เป็นคำชี้แจงฉบับลายลักษณ์อักษรของทางห้าง สรุปง่ายๆ ปฏิเสธความรับผิดชอบนั่นเอง ทำนองว่า ลูกค้าไปเดินตกท่อระบายน้ำเอง ไม่เกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยของห้างฯ

Advertisement

เมื่อเหตุเป็นแบบนี้ ผู้เสียจึงยอมไม่ได้ ผู้เสียหายจึงแจ้งเรื่องเข้ามาที่ ศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เพื่อขอเรียกร้องสิทธิทางกฎหมายและความรับผิดชอบจากทางห้าง และอยากให้เป็นตัวอย่างหนึ่งของการสู้เพื่อพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค ทางศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ จึงร่วมกับศูนย์ทนายความอาสาเพื่อผู้บริโภค ดำเนินการสรุปเรื่องและส่งฟ้องห้าง เป็นจำเลยในคดีต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ เรียกค่าเสียหายกว่า 1 ล้านบาท

นับจากวันเกิดเหตุ 12 มกราคม 2550 กระทั่งยื่นฟ้องศาล มีการต่อสู้กันยาวนานเกือบสองปี ในที่สุด “ชัยชนะตกเป็นของผู้เสียหาย” เหตุผลใดที่ศาลพิเคราะห์ และ ห้างที่ตกเป็นจำเลย มีชื่อเปิดเผยชัดเจน ผู้เสียหายเปิดใจว่า “การต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิทางกฎหมายคือ เพราะอยากให้เรื่องนี้เป็นประเด็นสาธารณะ ให้สังคมได้รับรู้ในสิ่งที่ห้างสรรพสินค้าในฐานะผู้ประกอบการจะต้องมีความรับผิดชอบที่ดีต่อประชาชนผู้บริโภค ซึ่งถือว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง”