แห่พิจารณ์ระเบียบเลือกบอร์ดสปส.1.2ล้านความเห็น วงประชุมกมธ.สว.ถกเดือด ษัษฐรัมย์ โวยถูกสกัด ปลัดแรงงานคาด1ปีได้เห็นปฏิรูป
เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่กระทรวงแรงงาน มีการประชุมคณะทำงานศึกษาโครงสร้างการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม ครั้งที่ 2/2569 โดยมี พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธาน
โดยพ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวในภายหลังว่า การประชุมครั้งเป็นการหารือร่วมกันอีกครั้งต่อจากครั้งที่ผ่านมาที่มีการวางกรอบการปฏิรูปประกันสังคม 3 ด้าน ได้แก่ ระบบราชการที่มีความล่าช้า, ความโปร่งใส และการมีส่วนร่วม เพื่อวางแนวทางการร่างขอบเขตของงาน หรือ TOR เพื่อเปิดให้หน่วยงานหรือสถาบันที่สนใจยื่นเรื่องเข้ามาตามระบบจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ โดยโจทย์หลักๆมี 4 เรื่อง คือ 1.รูปแบบของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ควรเป็นรูปแบบราชการ กึ่งราชการ หรืออื่นๆ 2.องค์ประกอบของหน่วยงานเป็นอย่างไร ต้องปรับปรุงอย่างไร 3.การบริหารงาน และ 4.ต้องเปรียบเทียบให้เห็นภาพสิ่งที่ประกันสังคมควรจะเป็น เทียบกับต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จและด้านที่ล้มเหลว
วันเดียวกัน น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการ สปส. กล่าวว่า จากที่ สปส.เปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ต่อ (ร่าง) ระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม พ.ศ … ระหว่างวันที่15 มกราคม 2569 – 14 กุมภาพันธ์ 2569 มีผู้สนใจร่วมแสดงความคิดเห็น 1,244,260 ครั้ง สะท้อนถึงความตื่นตัวและการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการพัฒนากฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับสิทธิและหน้าที่ของผู้ประกันตนและนายจ้าง
“จากนี้ผู้เกี่ยวข้องจะนำทุกความเห็น ข้อเหตุผลต่างๆมาวิเคราะห์ว่าสอดคล้องหลักการที่เปลี่ยนแปลงขนาดไหน ตอบยากว่ากระบวนการต้องใช้ระยะเวลาเท่าใด โดยพยายามเร่งรัดให้เร็วที่สุด ผลประชาพิจารณ์ดังกล่าวต้องไปเข้าคณะอนุกรรมการศึกษาฯส่วนหนึ่งแล้วนำมาเรียนต่อบอร์ดว่าจะเดินหน้าหรือเสนออย่างไร เป็นอำนาจในส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แต่สุดท้ายแล้วต้องดูผลประชาพิจารณ์ตอนนี้ยังตอบอะไรไม่ได้ว่าจะใช้อะไรอย่างไร”
วันเดียวกัน ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา มีนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เป็นประธาน กมธ. มีวาระพิจารณาศึกษารูปแบบการเลือกตั้งคณะกรรมการ (บอร์ด) ประกันสังคม โดยเชิญปลัดกระทรวงแรงงาน พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร อดีตประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่…) พ.ศ. … สภานิติบัญญัติแห่งชาติ นายอาศิส อัญญะโพธิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เข้าชี้แจง
นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคม สัดส่วนผู้ประกันตน กล่าวว่า ระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมใหม่สร้างความหวาดกลัวให้กลุ่มบุคคลเพราะถูกผลักดันภายใต้เงื่อนไขที่ไม่สามารถระบุได้ว่าใครเป็นเจ้าภาพ ไม่เคยผ่านการพิจารณาของบอร์ด ระเบียบเลือกตั้งถูกนำเสนอในบอร์ดประกันสังคม และมีความบังเอิญพ้องกับข้อเสนอของคณะอนุกรรมการฯของวุฒิสภา ที่มี 4 โมเดลล้อ อีกทั้งกระบวนการรับฟังความคิดเห็นเป็นระบบปิด ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไม่สามารถให้ความเห็นได้ มีเงื่อนไขสำคัญ คือ พยายามจำกัดลดทอนอำนาจผู้ประกันตนเหลือสิทธิเพียง 14% ในการมีส่วนร่วม เป็นการหมุนเข็มนาฬิกาประกันสังคมเข้าสู่ยุคล็อบบี้ยิสต์แบบที่เคยเป็นมา
สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานี้ คือ ความพยายามผลักดันระบบเลือกตั้งใหม่เป็นห้วงเวลาปลายสมัยบอร์ดประกันสังคมที่มาจากการเลือกตั้ง ระเบียบเลือกตั้งใหม่นี้ไม่ได้มีเจตนาทำให้การเลือกตั้งมีประสิทธิภาพ แต่เป็นการวางกลไกระเบียบเลือกตั้งที่จำกัดอำนาจผู้ประกันตน และมีส่วนร่วมของประชาชนที่นำไปสู่การจำกัดอำนาจการตรวจสอบ และผลักดันกองทุนประกันสังคม จึงเสนอให้ใช้ระเบียบเลือกตั้งเดิมที่มีการใช้แค่ 2 ปี หรือเพียง 1 ครั้งเดินหน้าเลือกตั้งภายใน 45 วัน นับตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จะเป็นประโยชน์กับผู้ประกันตนมากที่สุด
น.ส.มาลากัญ ห่อประทุม ผู้ตรวจราชการกรม สปส. ชี้แจงว่า การปรับเปลี่ยนการได้มาซึ่งตัวแทนฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตนมีที่มาจากมาตรา 8 พ.ร.บ.ประกันสังคมฯ โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2566 มีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ผลการเลือกตั้งค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับสัดส่วน ลักษณะการเลือกตั้ง คือ เป็นทั้งโดยตรงและโดยลับ จากนั้นสปส.ถอดบทเรียนทำให้นายจ้าง และผู้ประกันตนทุกคนมีส่วนร่วมในการบริหารกองทุน เข้ามาใช้สิทธิเลือกตั้งทุกคน ทำให้ได้ผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตนมาเป็นกรรมการประกันสังคม เป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจ มีประสบการณ์ด้านงานประกันสังคม มีอิสระเสรี เป็นธรรม ถือปฏิบัติตามหลักที่ชอบด้วยกฎหมาย
“เมื่อต้นปี 2568 จึงมีการเสนอบอร์ดประกันสังคมในชุดที่เพิ่งครบวาระ ซึ่งเห็นชอบให้ตั้งคณะอนุกรรมการปรับปรุงร่างระเบียบเลือกตั้ง มีการรับฟังความคิดเห็นในระบบกลางของกฎหมาย จากนั้นพิจารณาว่าควรปรับปรุงประเด็นใดบ้าง ให้ทุกคนมีโอกาสเข้ามาในระบบประกันสังคม ซึ่งมีข้อเรียกร้องว่า อยากให้ผู้แทนแต่ละมาตรามีโอกาสเข้ามานั่งในกองทุนประกันสังคม จึงคิดว่าควรกำหนดสัดส่วนมาตรา 33 จำนวน 5 คน มาตรา 39 จำนวน 1 คน และมาตรา 40 จำนวน 1 คน ทั้งนี้การลงคะแนน 1 คน 7 เบอร์อาจสับสน เนื่องจากมีเสียงสะท้อนว่าเข้าไปแล้วจำไม่ค่อยได้ มีความยุ่งยากในการนับคะแนน จึงคิดถึงการเลือกตั้งการเลือก ส.ส. และ ส.ว.ที่ 1 คน 1 สิทธิ 1 เสียง” น.ส.มาลากัญกล่าว
นายชินโชติ แสงสังข์ ส.ว.ในฐานะ กมธ. กล่าวว่า การเปลี่ยนสูตรประกันสังคม ไม่ได้เกี่ยวกับตน วุฒิสภา และ กมธ.แรงงาน วุฒิสภาสูตรของคณะอนุกรรมาธิการที่ตนเป็นประธานพิจารณา คิดมา 4 สูตรนำเสนอคณะกมธ.แรงงาน ก่อนตีกลับมาเพื่อเสนอต่อสภาไปยังคณะรัฐมนตรี มีการกำชับว่าต้องทำให้ทันเดือนกรกฎาคม 2569 ให้สกัด 4 สูตรให้เหลือ 1 สูตร และยังฟังความเห็นวนอยู่ในสภา แต่สังคมและพรรคการเมืองหนึ่ง รวมทั้งบอร์ดที่มาชี้แจงพยายามยัดเยียดว่าสูตรที่ประกันสังคมกำลังทำมาจากไหน ตนมีอิทธิพลขนาดนั้นหรือ ” นายชินโชติกล่าว
นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า ตนตั้งคำถามเพียงให้ ส.ว.ยืนยัน ตนเป็นบอร์ดไม่ทราบว่าจะมีการเลือกตั้งในเดือนกรกฎาคมนี้ หากจะทำให้สังคมสิ้นข้อเคลือบแคลงใจ ต้องมีการเปิดเผยรายงานการประชุมในวันดังกล่าว

