สปสช.แจ้งหน่วยบริการ ‘เพิ่มสิทธิย่อยใหม่’ ดูแลกำลังพล–ครอบครัวตามมติ ครม. เริ่ม 25 ก.พ.นี้
วันนี้ (24 กุมภาพันธ์ 2569) ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 ที่เห็นชอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลและเยียวยากำลังพลและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เสียชีวิต บาดเจ็บ ทุพพลภาพ หรือพิการจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการเพื่อความมั่นคง รวมถึงดูแลครอบครัวและทายาทอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ ต่อมา ในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ซึ่งมี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธาน ได้เห็นชอบการกำหนดแนวทางดูแลสวัสดิการรักษาพยาบาลของกำลังพล ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ทหารเกณฑ์ และครอบครัว ที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อความมั่นคงของประเทศ ทั้งนี้ สปสช. ได้ประสานข้อมูลรายชื่อจากกระทรวงกลาโหม (กห.) และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) รวมถึงประสานกรมบัญชีกลางเพื่อคงสิทธิการรักษาพยาบาลเดิมของผู้มีสิทธิให้ต่อเนื่อง โดยเบื้องต้นในส่วนของทหารเกณฑ์และครอบครัว มีจำนวน 288,686 คน
ทพ.อรรถพร กล่าวว่า เพื่อให้การให้บริการเป็นไปอย่างชัดเจน และไม่เกิดช่องว่างของสิทธิ สปสช. ได้กำหนด “สิทธิย่อย” ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำหรับกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว และจะเริ่มแสดงผลในระบบตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป โดยเมื่อกำลังพลหรือครอบครัวเข้ารับบริการในสถานพยาบาล และมีการตรวจสอบสิทธิหรือบันทึกข้อมูลผู้ป่วย ระบบจะแสดงสิทธิย่อยเพื่อให้สามารถเข้ารับบริการรักษาพยาบาลได้ตามสิทธิที่กำหนด
“สำหรับสิทธิย่อยที่กำหนด มีดังนี้ เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เสียชีวิตจากสถานการณ์ชายแดน, เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทุพพลภาพหรือพิการจากสถานการณ์ชายแดน, ครอบครัวของกำลังพลหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เสียชีวิตจากสถานการณ์ชายแดน, ครอบครัวของกำลังพลหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทุพพลภาพหรือพิการจากสถานการณ์ชายแดน และ ครอบครัวทหารเกณฑ์” ทพ.อรรถพร กล่าวและว่า ขอให้หน่วยบริการทุกแห่งรับทราบการปรับปรุงระบบดังกล่าว เพื่อให้การตรวจสอบสิทธิและการให้บริการเป็นไปอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และต่อเนื่อง ตามเจตนารมณ์ของมติ ครม. และบอร์ด สปสช.

