สปสช.ยันเปิดข้อมูลโอนเงินให้ รพ.ตั้งแต่ปี’66 ตรวจสอบผ่านเว็บไซต์-Dashboard ได้ทั่วปท.

24.02.26 | 17:59 น.

สปสช.ยันเปิดข้อมูลโอนเงินให้ รพ.ตั้งแต่ปี’66 ตรวจสอบผ่านเว็บไซต์-Dashboard ได้ทั่วปท.

กรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ค้างจ่ายเงินค่าบริการโรงพยาบาลในโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่นั้น

วันนี้ (24 กุมภาพันธ์ 2569) ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการและโฆษก สปสช. กล่าวถึงการบริหารงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ว่า  สปสช. ได้เปิดข้อมูลการโอนเงินให้หน่วยบริการ/โรงพยาบาลเพื่อให้ตรวจสอบได้ผ่าน ระบบรายงานออนไลน์ SMT (Smart Money Transfer) หรือ https://smt.nhso.go.th/smtf/#/home/budget/summary เพื่อให้หน่วยบริการติดตามการโอนเงินและกระทบยอดได้ด้วยตนเองบนข้อมูลอ้างอิงชุดเดียวกัน สนับสนุนการวางแผนบริหารการเงินของหน่วยบริการอย่างเป็นระบบ ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2566 เป็นต้นมา

ทพ.อรรถพร กล่าวว่า สำหรับหน่วยบริการ/โรงพยาบาล สามารถเข้าดูข้อมูลผ่านเว็บ SMT โดยใช้ Username และ Password ของหน่วยบริการ เพื่อดูรายละเอียดรายงานการโอนเงินในระดับ “รายรอบ–รายรายการ” และสามารถ Export ดาวน์โหลดเป็นไฟล์ Excel เพื่อนำไปตรวจสอบและกระทบยอดกับระบบบัญชีของหน่วยบริการได้ สำหรับ ประชาชนหรือผู้สนใจทั่วไป สามารถตรวจสอบข้อมูล “รายหน่วยบริการ/รายโรงพยาบาล” ได้ โดยเลือกที่เมนู ค้นหาหน่วยบริการ/หน่วยงาน แล้วเลือกหน่วยบริการหรือโรงพยาบาลที่ต้องการ ระบบจะแสดงข้อมูลของหน่วยบริการนั้นให้ตรวจสอบได้

ทพ.อรรถพร กล่าวว่า นอกจากนี้ สปสช. ยังจัดทำ Dashboard (ประชาชน) เพื่อให้สาธารณชนดู “ภาพรวมการโอนเงินทั้งประเทศ” ได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยเข้าเว็บไซต์ สปสช. www.nhso.go.th ที่เมนู ประชาชน เลือก Dashboard (ประชาชน) หัวข้อ งบประมาณ จะสามารถดูภาพรวมการโอนเงินไปยังหน่วยบริการในมิติต่างๆ เช่น ปีงบประมาณ เขต และประเภทกองทุน และจากข้อมูลล่าสุดที่ประมวลผล ณ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 แสดงภาพรวมว่า จำนวนเงินโอนให้หน่วยบริการ (ทั้งประเทศ) 82,099,875,789 บาท จำนวนหน่วยบริการ 23,069 แห่ง และยังแสดงภาพรวมการโอนเงินรายประเภทหน่วยบริการ/สังกัด เพื่อให้เห็นโครงสร้างการกระจายงบในระบบ ได้แก่

Advertisement

• รัฐใน สธ. (สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข หรือ สป.สธ.) 52,431,838,322 บาท (63.9%)
• เอกชน 10,710,500,725 บาท (13.0%)
• รัฐใน สธ. (นอกสังกัด สป.สธ.) 6,526,229,420 บาท (7.9%)
• รัฐนอก สธ. 6,196,919,883 บาท (7.5%)
• ไม่ใช่หน่วยบริการ 3,074,614,392 บาท (3.7%)
• รัฐนอก สธ. (อปท.) 2,113,090,888 บาท (2.6%)
• รัฐพิเศษ 1,046,682,159 บาท (1.3%)

ขณะเดียวกัน Dashboard ยังแสดงหมวด กองทุนแยกประเภท เพื่อให้เข้าใจว่าการโอนเงินเกิดขึ้นภายใต้กองทุน/ภารกิจใดบ้าง (ตัวอย่างประเภทกองทุนที่แสดงในระบบ เช่น ค่าบริการทางการแพทย์, สร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค, เอดส์, ไตเรื้อรัง, บริการควบคุมป้องกันและรักษา, ค่าใช้จ่ายหน่วยบริการพื้นที่ห่างไกล, ค่าบริการสาธารณสุขเพิ่มเติม, เงินช่วยเหลือเบื้องต้น, ค่าบริการร่วมกับ อปท. เป็นต้น)

ทพ.อรรถพร กล่าวว่า สำหรับตัวอย่างข้อมูลจาก SMT ช่วยหน่วยบริการติดตาม “รายรอบ–รายรายการ” ดูข้อมูลรายโรงพยาบาล (โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง) ผ่านเมนูรายงานใน SMT และ Export เป็นไฟล์ Excel พบว่า รายงานให้ข้อมูลละเอียดเพียงพอสำหรับการติดตามสถานะการโอนเงินและการกระทบยอด โดยในช่วง 1 ต.ค. 2568 – 23 ก.พ. 2569 มีข้อมูลรวม 431 รายการ ครอบคลุม 61 วันโอน และอ้างอิง 152 ชุดการโอน (Batch) รายงานประกอบด้วยข้อมูลสำคัญ เช่น วันที่โอน, Batch No., งวด/เลขที่เบิกจ่าย, กองทุน/กองทุนย่อย/กองทุนย่อยเฉพาะด้าน, จำนวนเงิน และ “สถานะรายการ” เพื่อให้ตรวจสอบได้ครบถ้วน

โฆษก สปสช. กล่าวว่า เพื่อความเข้าใจตรงกัน รายงานใน SMT ใช้คำเรียกสถานะตาม “คำในระบบ/ศัพท์ทางบัญชี” ซึ่งแสดงเพื่อการติดตามและกระทบยอดอย่างเป็นมาตรฐาน โดยคำที่พบในรายงาน เช่น

•ชะลอการโอน (คำศัพท์ทางบัญชี) หมายถึง รายการที่อยู่ระหว่างตรวจสอบ หรือรอความครบถ้วนของข้อมูล/เงื่อนไขก่อนโอนในรอบนั้น เพื่อให้การจ่ายเงินถูกต้องตามกติกา (มีรายละเอียดระดับรายการให้ติดตามได้)

•จำนวนเงินรอหักกลบ (คำ ศัพท์ทางบัญชี) หมายถึง ยอดที่อยู่ระหว่างการกระทบยอด/ปรับยอดตามกติกา (เช่น การชดเชยกับรายการอื่น หรือการปรับยอดให้ตรงข้อมูลจริง) ก่อนสรุปเป็นยอดสุทธิในรอบถัดไป เพื่อความถูกต้องของบัญชี

ทั้งนี้ ในตัวอย่างโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งที่ทดลอง Export ข้อมูลช่วงเวลาดังกล่าว พบยอดรวมที่ระบบแสดงเพื่อการตรวจสอบ และยอดสุทธิที่โอนเข้าบัญชี ดังนี้

• จำนวนเงินรวมทุกรายการ (เพื่อการตรวจสอบ) 301,732,367.69 บาท

• เงินโอนเข้าบัญชี (ยอดสุทธิ) 235,757,838.75 บาท

“สปสช. ยืนยันว่า การเปิดเผยข้อมูลผ่าน SMT และ Dashboard สำหรับประชาชน เป็นการทำให้ทุกฝ่ายสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ตามสิทธิ์การใช้งาน และตรวจสอบได้บนฐานข้อมูลเดียวกัน ช่วยลดความคลาดเคลื่อนในการรับรู้เรื่อง “รอบการโอน–สถานะรายการ–การกระทบยอด” และเพิ่มความโปร่งใสในการบริหารกองทุน” ทพ.อรรถพร กล่าว