กรมอนามัยปลื้มหวานปกติ50% แบรนด์ใหญ่ตอบรับดี-แห่ร่วมลดน้ำตาล แผนถัดไปลุยสตรีทฟู้ด-มหา’ลัยทั่วประเทศ

4.03.26 | 09:09 น.

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยถึงผลตอบรับของแคมเปญ “หวานปกติเท่ากับหวาน50%” ภายหลังเริ่มนำร่องเมื่อช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ว่า ภาพรวมฟีดแบคถือว่าดีงาม ทั้งจากภาคธุรกิจและประชาชน แม้ขณะนี้ยังไม่ครบหนึ่งเดือน จึงยังไม่มีข้อมูลเชิงปริมาณที่ประเมินได้เต็มรูปแบบ แต่คาดว่าหลังครบระยะหนึ่งเดือนจะเริ่มมีรายงานผลที่ชัดเจนมากขึ้น ในส่วนของผู้ประกอบการ มีทั้งแบรนด์ขนาดใหญ่และขนาดเล็กแสดงความสนใจเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง อาทิ เอสแอนด์พี รวมถึงร้านค้าภายใต้เครือซีพี ออลล์ ขณะที่ร้านรายอื่น ๆ อยู่ระหว่างการหารือ ถือเป็นสัญญาณบวกที่สะท้อนว่าภาคธุรกิจพร้อมปรับตัวด้านสุขภาพมากขึ้น ด้านเสียงตอบรับจากประชาชน ส่วนใหญ่ชื่นชมว่าเป็นนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ และช่วยลดภาระโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ก็มีบางส่วนตั้งข้อสงสัยหรือแสดงความไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า “หวานปกติ” หมายถึงความหวานลดลงครึ่งหนึ่ง ซึ่งทำให้เกิดความสับสนในช่วงแรก

“การตั้งคำถามถือเป็นเรื่องดี เพราะแปลว่าประชาชนรับรู้ข้อมูลแล้ว และเริ่มคิดตาม เราอยากขอให้เปิดใจ เพราะทั้งหมดนี้ทำเพื่อสุขภาพของทุกคน” พญ.อัมพร กล่าว

พญ.อัมพร กล่าวว่า สำหรับแนวทางดำเนินงาน กรมอนามัยกำหนดกลไกปรับพฤติกรรม 2 รูปแบบ ได้แก่ 1.ลดปริมาณน้ำตาลลงครึ่งหนึ่ง แต่ผู้บริโภคสามารถเติมเพิ่มได้เอง เพื่อให้เห็นปริมาณที่เติม และค่อย ๆ ลดลงทีละขั้น 2.ปรับแบบ “หักดิบ” ลดความหวานทันที โดยร่างกายสามารถปรับการรับรสได้ภายใน 7-14 วัน ซึ่งจะทำให้ระดับความหวานที่ลดลงกลายเป็นรสชาติที่คุ้นเคย ทั้งนี้ ระบบการรับรสของมนุษย์สามารถปรับตัวได้ เมื่อบริโภคหวานน้อยลงต่อเนื่องประมาณ 2 สัปดาห์ จะเริ่มรู้สึกว่า “หวานน้อยก็อร่อยได้” และกลับไปรับรสหวานจัดไม่ได้เหมือนเดิม

อย่างไรก็ตาม พญ.อัมพร กล่าวว่า สำหรับการขยายผลแคมเปญ “หวานปกติเท่ากับหวาน 50%” ในระยะสั้น กรมอนามัยจะขยายความร่วมมือไปยังร้านค้ารายย่อย หาบเร่แผงลอย และสตรีทฟู้ด โดยมอบป้ายสัญลักษณ์ SAN และ SAN Plus ส่งเสริมเมนูหวานน้อย พร้อมให้ความรู้ควบคู่กัน นอกจากนี้ ยังเตรียมรุกเข้าสถานศึกษา ทั้งมหาวิทยาลัยและโรงเรียน ภายใต้แนวคิดใหม่ “หวานที่ดีคือหวานนิดเดียว” เพื่อปลูกฝังพฤติกรรมตั้งแต่วัยเด็ก โดยต้นเดือนมีนาคม จะนำร่องไปที่มหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อคิกออฟแคมเปญต่อไป ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมต้องอาศัยเวลาและแรงจูงใจเชิงบวก โดยกรมอนามัยอยู่ระหว่างหารือกับภาคธุรกิจเรื่องการจัดกิจกรรมส่งเสริม เช่น คูปอง สะสมแต้ม หรือสิทธิประโยชน์สำหรับผู้เลือกเมนูหวานน้อย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการปรับพฤติกรรมอย่างยั่งยืน

“เป้าหมายไม่ใช่การบังคับ แต่คือการทำให้คนไทยค่อย ๆ ลดหวานลง และมีสุขภาพดีขึ้นในระยะยาว” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

Advertisement