‘พัฒนา’ สั่งเตรียมรับคนไทยหนีสงครามตะวันออกกลาง-มั่นใจมีสต๊อกยาเพียงพอ ขอทุกหน่วยใช้พลังงานเท่าที่จำเป็น

4.03.26 | 15:15 น.

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงสาธารณสุข ครั้งที่ 2/2569 ว่า การประชุมวันนี้มีการหารือเรื่องสำคัญคือการเตรียมพร้อมมือกับสงคราม โดยให้ผู้บริหารทุกคนไปกำหนดมาตรการเพื่อดูคนไทยที่จะเดินทางกลับมาจากประเทศที่เกิดภาวะสงคราม และพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบ เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมรับคนไทยที่จะกลับมา ต่อมาได้ให้ดูเรื่องซัพพลาย อุปกรณ์ทางการแพทย์และการสำรองยาว่าจะมีโอกาสขาดแคลนหรือไม่ จะเพียงพอหรือไม่ แม้ไทยจะไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงแต่ปัจจุบันซัพพลายเชนมีความซับซ้อน เพื่อความไม่ประมาทก็พิจารณาเรื่องนี้ด้วย นอกจากนั้น ยังให้ตรวจสอบเรื่องแหล่งพลังงานที่อาจจะมีราคาสูงขึ้น ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็จะมีการหารือเรื่องนโยบายเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่ของประเทศด้วยการแพทย์มูลค่าสูง ความก้าวหน้าของระบบสุขภาพดิจิทัล โดยเฉพาะแอพพลิเคชั่น “หมอพร้อม” ไปจนถึงการรับมือกับสารหนูในแม่น้ำกก และไฟป่าที่จะนำมาสู่ฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5

นายพัฒนา กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยเรื่องนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขในอนาคตที่ต้องดำเนินการต่อจากนี้ เพราะในอดีตได้ทำเรื่องนโยบายระยะสั้น หรือ Quick win แต่หลังจากนี้จะทำต่อเนื่องให้เป็นนโยบายแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างมากขึ้น จึงได้มอบนโยบายเบื้องต้นว่าจะต้องปรับกระบวนทำงานให้สอดคล้องกับระยะเวลาของรัฐบาลที่ยาวนานมากยิ่งขึ้นในอนาคต แต่ยังไม่ได้ลงรายละเอียดว่าจะทำอะไรในอนาคต ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้หารือเรื่องการเพิ่มจำนวนจิตแพทย์ เนื่องจากประเทศไทยยังมีสัดส่วนจิตแพทย์ต่ำเมื่อเทียบกับมาตรฐานสากล ปัจจุบันสามารถผลิตจิตแพทย์ผู้ใหญ่ได้ประมาณปีละ 64 คน และจิตแพทย์เด็กประมาณ 19 คน โดยมีแผนเพิ่มจำนวนบุคลากรในระยะต่อไปผ่านความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและเครือข่ายโรงพยาบาล

เมื่อถามถึงการสำรองยาสำหรับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งทางองค์การเภสัชกรรมได้มีการให้ข้อมูลว่าเพียงพอสำหรับ 1 ปี นายพัฒนา กล่าวว่า ขณะนี้รอการรายงานที่ชัดเจนอยู่แต่แจ้งให้ทุกหน่วยงานสำรวจความต้องการตามความจำเป็น

“จะได้รับผลกระทบหรือไม่นั้น เราไม่ได้คิดไปจนถึงว่าไม่มียาหรือขาดยา เราคิดว่าสถานการณ์คงจะไปไม่ถึงตรงนั้น หากไม่ลากยาว และสถานที่ผลิตยาไม่โดนทำลาย ซึ่งไม่น่าจะใช่เป้าหมายทางการทหาร แต่สิ่งที่เป็นห่วงเบื้องต้นคือ ราคาและระยะเวลาในการจัดหาที่อาจล่าช้าอยู่บ้าง แต่ตรงนี้ยังไม่พบปัญหา เพียงให้ทุกหน่วยงานสำรวจและเตรียมพร้อม” นายพัฒนา กล่าวและว่า ในระยะยาวกระทรวงยังมีนโยบายเพิ่มศักยภาพการผลิตยาในประเทศ โดยได้มอบหมายให้องค์การเภสัชกรรมเร่งพัฒนาศักยภาพการผลิตยา เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านยาของประเทศ แม้ว่าสารตั้งต้นในการผลิตยาบางชนิดยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศก็ตาม

ถามต่อถึงการสำรองพลังงานทางการแพทย์ นายพัฒนา กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้หารือมาตรการประหยัดพลังงานในหน่วยบริการสาธารณสุข เพื่อเตรียมรับมือกับความผันผวนของราคาพลังงานในอนาคต โดยให้ทุกหน่วยงานใช้พลังงานอย่างเหมาะสมและเท่าที่จำเป็น เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของระบบสาธารณสุข เชื่อว่ารัฐบาลบริหารจัดการได้ แต่หน่วยสาธารณสุขจะใช้เท่าที่จำเป็น

Advertisement