กทม.พบพื้นที่เสี่ยงความร้อนเมือง 379 จุด ที่ก่อสร้าง-วินจยย.-ตลาดนัด 11โมง-บ่ายสาม เลี่ยงกลางแจ้ง

4.03.26 | 14:48 น.

เดินหน้าแผนจัดการความร้อนเมือง ระยะสั้น-ยาว  สื่อสารเชิงรุกควบคู่จัดการพื้นที่ตามโครงสร้างพื้นฐาน หลังพบจุดเสี่ยง 379 จุด

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่ศาลาว่าการ กทม. นายชัชชาติ สิทธพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. กล่าวถึงมาตรการ
บริหารจัดการความร้อนเมือง ว่า ขณะนี้เข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว กทม.มีแผนบริหารจัดการความร้อนเมือง โดยได้สำรวจและรวบรวมจุดเสี่ยงความร้อนเมืองในพื้นที่ปี 2569 พบว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 379 จุด โดยส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เปิดโล่งที่มีประชาชนใช้ชีวิตหรือประกอบอาชีพจำนวนมาก รวมถึงพื้นที่สาธารณะที่มีการใช้ประโยชน์ร่วมกัน เช่น สถานที่ก่อสร้าง วินจักรยานยนต์รับจ้าง สวนสาธารณะ ลานกีฬากลางแจ้ง ตลาดนัด และชุมชนหนาแน่น ดังนั้น กทม.มีแผนหลายมิติในการสู้ภัยความร้อนเมือง ประกอบด้วย 1.แจ้งเตือนไว โดยพัฒนาระบบเฝ้าระวังและเตือนภัยดัชนีความร้อน (Heat Index) 2.ดูแลกลุ่มเสี่ยงโดยมีมาตรการคุ้มครองสุขภาพประชาชนและกลุ่มเปราะบางเป็นพิเศษ 3.ปรับเมืองให้เย็น ด้วยการจัดการพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐานเพื่อลดความร้อนสะสม ซึ่งการพยายามลดอุณหภูมิให้เมืองจะเป็นเรื่องของระยะยาว เช่นการปลูกต้นไม้จำพวกไม้ยืนต้น การเพิ่มพื้นที่สีเขียว รวมถึงการปรับในเชิงผังเมืองระยะยาว เกี่ยวกับเรื่องของช่องลมระหว่างตึกเพื่อให้ลมพัดผ่านเข้ามาได้ง่ายขึ้น เป็นต้น

และ 4.สื่อสารใกล้ชิด โดยให้ข้อมูลความรู้และการมีส่วนร่วมกับคนในพื้นที่ โดย กทม.มีการให้บริการห้องหลบร้อน (Bkk Cooling Center) แล้ว 244 แห่ง ขณะเดียวกันยังมีการจัดทำพื้นที่ Cooling Sport ซึ่งเป็นพื้นที่กลางแจ้ง แต่สามารถที่จะหลบร้อนได้ เช่น พื้นที่ในสวนสาธารณะที่มีร่มเงาส่งผลให้เกิดความร่มเย็นได้

นอกจากนี้ กทม. ยังเดินหน้าแผนบริหารจัดการความร้อนเมือง ปี 2569 ร่วมกับธนาคารโลก ภายใต้แนวคิด Shaping a Cooler Bangkok มุ่งเน้น สถานที่ (Place) คน (People) สถาบัน (Institution) ทั้งแผนระยะสั้น เช่น Heat Mapping ระบบแจ้งเตือนล่วงหน้า และห้องหลบร้อน (BKK Cooling Center) และแผนระยะยาว เช่น การเพิ่มพื้นที่สีเขียว-น้ำเงิน การปรับกฎหมายอาคาร และผังเมืองที่คำนึงถึงสภาพอากาศ

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า ในช่วงฤดูร้อนนี้ จากสถิติค่าดัชนีความร้อนจะอยู่ในช่วง 11.00-15.00 น. ซึ่งในช่วงเวลาหากมีความจำเป็นต้องทำงานกลางแจ้งควรจะดื่มน้ำบ่อยๆ เพื่อป้องกันการเกิดโรคลมร้อน (Heat Stroke) รวมถึงได้มีการสื่อสารเชิงรุกกับกลุ่มคนที่จำเป็นต้องทำงานกลางแจ้ง เช่น วินมอเตอร์ไซค์ ตามไซต์งานก่อสร้างต่างๆ หรือเกษตรกร หากในช่วงเวลาที่คาดดัชนีความร้อนขึ้นสูงสามารถหยุดงานในช่วงเวลานี้ได้ขอความร่วมมือให้หยุด แต่ถ้าหากหยุดไม่ได้ขอให้ลดระยะเวลาทำงานให้สั้นลง เช่น ทำ 2 ชม. แล้วพักสักระยะค่อยกลับมาทำงานใหม่ อย่างไรก็ตามตามไซต์งานก่อสร้าง กทม.ได้แปลเอกสารคำแนะนำและการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการเป็น Heat Stroke ตามสัญชาติของแรงงานที่อยู่ในไซต์งานด้วย