รัฐบาล หนุนงบกลางปี 69 งวดแรกกว่า 7.3 ล้านบาท ให้กรมอุทยานฯ ช่วยเหลือเยียวยาประชาชน 70 คน ที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่า ปลัดทส. สั่งกรมอุทยานฯ เร่งของบงวด 2 ต่อ เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของปชช.
เมื่อวันที่ 5 มี.ค. นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า รัฐบาลได้สนับสนุนงบกลางให้กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไปโอนเงินเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่า เป็นตามนโยบายเร่งด่วนที่ให้ความสำคัญกับการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นลำดับแรก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าล่าสุดได้ประสานสำนักงบประมาณจัดสรรงบกลางปี 2569 งวดแรก รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 7,385,471 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ 70 ราย ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องตามระเบียบและได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 เพื่อความโปร่งใสและรักษาผลประโยชน์สูงสุดของทางราชการ
นางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัด ทส. มอบหมายให้กรมอุทยานฯ เร่งเสนอขอรับการสนับสนุนงบกลางในงวดที่ 2 เพื่อช่วยเหลือเยียวยา บรรเทาความเดือนร้อนให้แก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่า การเร่งรัดจ่ายเงินเยียวยาในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการบรรเทาความสูญเสียตามภารกิจเร่งด่วน แต่ยังเป็นการลดความตึงเครียดและสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างภาครัฐและประชาชน เพื่อส่งเสริมให้คนกับช้างป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืนตามเจตนารมณ์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่อไป
ทั้งนี้กรมอุทยานแห่งชาติฯ ขอแสดงความขอบคุณคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาติดตามผลการดำเนินงานและศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน รวมทั้งมาตรการเยียวยาความเสียหายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ สภาผู้แทนราษฎร ที่ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานจนเกิดผลเป็นรูปธรรม กรมอุทยานฯ ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาช้างป่า ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ ภายใต้คณะกรรมการช้างชาติที่มีท่านรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ประกอบด้วย มาตรการ 6 ด้าน ถือเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อสถานการณ์ มาตรการดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การจัดการพื้นที่ป่าอนุรักษ์เพื่อเป็นแหล่งอาศัยและอาหาร การจัดทำแนวป้องกันช้างป่าที่มีประสิทธิภาพ การสนับสนุนชุดเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่าร่วมกับเครือข่ายชุมชน ตลอดจนการจัดการพื้นที่รองรับช้างป่าอย่างยั่งยืน
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า สำหรับงบประมาณเยียวยางวดแรก จะนำไปมอบให้แก่ราษฎรผู้ได้รับผลกระทบที่เสนอเข้ามา 70 ราย โดยแบ่งเป็นการเยียวยากรณีเสียชีวิต บาดเจ็บ หรือทุพพลภาพ 6 ราย วงเงิน 3,000,000 บาท กรณีพืชผลทางการเกษตรเสียหาย 58 ราย วงเงิน 4,361,161.02 บาท และกรณีทรัพย์สินเสียหายอีก 6 ราย วงเงิน 24,310 บาท

