ปลัดทส. ยกระดับการคุ้มครองสัตว์ป่า เพิ่มพื้นที่อนุรักษ์ 69,607 ไร่ พร้อมปรับปรุงบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองให้สอดคล้องสถานการณ์ปัจจุบัน”
เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 เวลา 14.00 น. ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมชั้น 17 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมี นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงฯ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมด้วย นายวีระ ขุนไชยรักษ์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ และ นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เข้าร่วมนำเสนอวาระสำคัญเพื่อขับเคลื่อนงานด้านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
ที่ประชุมได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบในประเด็นสำคัญหลายด้าน
เริ่มจากการปรับปรุงบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองเพื่อให้เกิดความชัดเจนในการจำแนกสายพันธุ์ โดยเฉพาะการปรับปรุงบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองและสัตว์ป่าคุ้มครองที่เพาะพันธุ์ได้ในกลุ่มสัตว์น้ำ จำพวกปลาลำดับที่ 24 และลำดับที่ 2 คือ “ปลาตะพัด หรือ ปลาอโรวาน่า (Scleropages formosus)” ให้ระบุเป็น “ปลาตะพัด variation สีเขียว (สายพันธุ์ไทย)” พร้อมทั้งปรับปรุงบัญชีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ลำดับที่ 127 โดยเปลี่ยนการระบุชื่อจาก “ช้างแอฟริกา (Loxodonta africana)” เป็น “ช้างแอฟริกา (Loxodonta spp.)” เพื่อให้ครอบคลุมทุกสายพันธุ์ในสกุลดังกล่าว รวมถึง ร่างระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการแจ้งและการรับแจ้ง และการครอบครองซึ่งสัตว์ป่าควบคุมและซากสัตว์ป่าควบคุม (ฉบับที่…) พ.ศ. … โดยกำหนดให้สัตว์ลูกผสมในวงศ์เสือและแมว ไลเกอร์และไทกอน ซึ่งเป็นลูกผสมระหว่างสิงโตและเสือโคร่งอยู่ในกลุ่มสัตว์กินเนื้อขนาดใหญ่ที่ต้องมีมาตรการควบคุมอย่างเหมาะสม เพื่อให้การครอบครอง ดูแล และ สวัสดิภาพสัตว์เป็นไปตามมาตรฐาน รวมทั้งลดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งจากอดีตที่ผ่านมาสัตว์เลือดผสมนั้น
ยังไม่มีกฎหมายบังคับใช้ต่อผู้ครอบครอง
นอกจากนี้ยังได้รับทราบความคืบหน้าการปรับสถานภาพตามกฎหมายของนกปรอดหัวโขน และการร่างระเบียบว่าด้วยการแจ้งและการครอบครองสัตว์ป่าควบคุมและซากสัตว์ป่าควบคุมให้มีความรัดกุมยิ่งขึ้น
ในด้านการบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์ คณะกรรมการฯ ได้เห็นชอบการขยายและกำหนดพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตห้ามล่าสัตว์ป่ารวม 4 แห่ง ได้แก่ การขยายพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ การกำหนดเขตห้ามล่าสัตว์ป่าวังเพลิง จังหวัดลพบุรี เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาคอก-เขาสอยดาว จังหวัดนครสวรรค์ และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทับกวาง จังหวัดสระบุรี รวมถึงผนวกพื้นที่เตรียมการกำหนดเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าในเขตเขาประทับช้าง จังหวัดราชบุรี และการจัดตั้งพื้นที่เตรียมการกำหนดเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาพลายดำ จังหวัดนครศรีธรรมราช
ทั้งนี้ ยังได้พิจารณาเพิกถอนพื้นที่บางส่วนเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทับซ้อนและสนับสนุนโครงการภาครัฐ อาทิ การเพิกถอนพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว-เขาชมภู่ จังหวัดชลบุรี จำนวน 2,889 ไร่ เพื่อให้องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ดำเนินกิจการสวนสัตว์เปิดเขาเขียวในพื้นที่เดิมได้อย่างถูกต้อง และการเพิกถอนพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลหลวง จังหวัดสงขลาและจังหวัดพัทลุง เนื้อที่ประมาณ 62 ไร่ เพื่อสนับสนุนกรมทางหลวงชนบทในการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อมระหว่างตำบลเกาะใหญ่ อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา กับตำบลจองถนน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง
ในช่วงท้ายของการประชุม ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ได้ให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะแก่ฝ่ายกฎหมายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการพิจารณาปรับปรุงระเบียบหรือข้อกฎหมายให้มีความยืดหยุ่น สำหรับกรณีที่หน่วยงานรัฐขอใช้ประโยชน์พื้นที่เพื่อสาธารณะ เพื่อให้สามารถคุ้มครองทรัพยากรได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการเพิกถอนพื้นที่ซ้ำซ้อน รวมทั้งให้ตรวจสอบพื้นที่เขตห้ามล่าฯ ที่ทับซ้อนพื้นที่ของประชาชน ที่ประกาศตาม พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ปี 2535 ซึ่งอาจมีผลทำให้ประชาชนเสียโอกาสในการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ได้มาโดยชอบ และการประกาศเขตฯ ใหม่ต้องกันพื้นที่ทำกินของประชาชนและไม่ทับซ้อนกับพื้นที่ส่วนราชการอื่นตามโครงการ One Map ต่อไป

