เลขาสปส. เผยผลประชาพิจารณ์เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 90% ไม่เห็นด้วยหลายประเด็น ย้ำต้องวิเคราะห์เหตุผลเชิงลึกก่อนสรุป คาดเสนอเข้าบอร์ดปลายมี.ค.
เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ให้สัมภาษณ์ถึงผลการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างระเบียบเลือกตั้งผู้แทนในคณะกรรมการประกันสังคม หรือ บอร์ดประกันสังคม ที่ปิดรับฟังความเห็นไปเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ว่า ขณะนี้สำนักงานประกันสังคมได้รวบรวมความคิดเห็นจากการทำประชาพิจารณ์ในภาพรวมแล้ว โดยพบว่าในหลายประเด็นสำคัญมีผู้แสดงความคิดเห็น “ไม่เห็นด้วย” เป็นสัดส่วนค่อนข้างสูง ตั้งแต่ในประเด็นที่ 1 เรื่อง หลักการ “หนึ่งคนหนึ่งเสียง” (One person one vote) ที่กำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถเลือกผู้แทนได้เพียง 1 คน ผลการแสดงความคิดเห็นเบื้องต้นพบว่า มีผู้ไม่เห็นด้วยมากกว่า 90% อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังถือเป็นเพียงข้อมูลในภาพรวม เนื่องจากรายละเอียดต้องพิจารณาเหตุผลของความคิดเห็นประกอบด้วย
- สหัสวัต ถามแรง จะทำประชาพิจารณ์ทำไม ข้องใจผลชัดไม่เห็นด้วย แต่ประกันสังคมยังขอไปเจาะดูเหตุผล
- ไอซ์ จี้ ตรีนุช คว่ำระเบียบใหม่ เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม หลังผลไม่เห็นด้วยทะลุ 90% ชัดผู้ประกันตนไม่เอา
น.ส.กาญจนา กล่าวว่า ต่อมาประเด็นที่ 2 เรื่อง สัดส่วนตัวแทนผู้ประกันตนแต่ละมาตรา ได้แก่ มาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 ว่าควรมีจำนวนผู้แทนในคณะกรรมการประกันสังคมเท่าใด ซึ่งผลการรับฟังความคิดเห็นส่วนใหญ่ก็อยู่ในลักษณะ ไม่เห็นด้วยในสัดส่วนประมาณ 90% เช่นกัน ประเด็นเรื่องที่ 3 คุณสมบัติผู้มีสิทธิรับเลือกตั้ง เช่น ความโปร่งใส ความเป็นการทางการเมือง ความเชี่ยวชาญ เรื่องนี้มีทั้งความเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และไม่แสดงความคิดเห็น ต่อมาประเด็นที่ 4 เงื่อนไขการส่งเงินสมทบเพื่อให้มีสิทธิเลือกตั้ง ว่าผู้ประกันตนต้องส่งเงินสมทบจำนวนเท่าใดจึงจะสามารถใช้สิทธิลงคะแนนได้ พบว่ามีผู้แสดงความคิดเห็น ไม่เห็นด้วยประมาณกว่า 80% และประเด็นที่ 5 การเปิดให้มีผู้สังเกตการณ์ในการเลือกตั้ง ซึ่งความคิดเห็นส่วนใหญ่ก็อยู่ในทิศทางไม่เห็นด้วยเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม น.ส.กาญจนา กล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงการสรุปในเชิงสถิติจากแบบสอบถามที่มีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นมากกว่าล้านครั้ง แต่กระบวนการประเมินผลตามหลักการทางกฎหมายจะต้องวิเคราะห์เหตุผลในเชิงลึกด้วย
“ผลที่ออกมาในภาพรวมเป็นเพียงตัวเลขว่ามีผู้เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกี่เปอร์เซ็นต์ แต่ในกระบวนการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางกฎหมาย เราต้องดูเหตุผลประกอบด้วยว่าทำไมถึงเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย เพราะความคิดเห็นที่ส่งเข้ามาจะมีรายละเอียดและเหตุผล ซึ่งต้องนำมาวิเคราะห์ก่อนสรุปแนวทางดำเนินการต่อไป” น.ส.กาญจนา กล่าว
เมื่อถามว่า จากผลประชาพิจารณ์ในภาพรวมถือได้หรือไม่ว่าความเห็นส่วนใหญ่ “ไม่เห็นด้วย” กับแนวทางที่เสนอ น.ส.กาญจนา กล่าวว่า หากพิจารณาจากตัวเลขร้อยละก็ถือว่าเป็นเช่นนั้น แต่การสรุปผลอย่างเป็นทางการต้องพิจารณาเหตุผลประกอบด้วย ไม่สามารถดูเพียงตัวเลขสถิติได้
“การประเมินผลตามกฎหมายไม่ได้ดูแค่ว่าคนตอบเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่ต้องดูเหตุผลประกอบว่าเขาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยเพราะอะไร แล้วนำมาวิเคราะห์ประกอบกับคำถามแต่ละข้อ ก่อนจะสรุปเป็นข้อเสนอ” น.ส.กาญจนา กล่าว
เมื่อถามถึงกระบวนการวิเคราะห์ความคิดเห็นในคำถามปลายเปิดที่ให้ผู้ตอบแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม น.ส.กาญจนา กล่าวว่า ความคิดเห็นลักษณะดังกล่าวจะเป็นการเขียนอธิบายเหตุผล ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องรวบรวมและจำแนกเนื้อหา เช่น ความเห็นที่มีเหตุผลคล้ายกันหรือมีประเด็นตรงกัน จากนั้นจึงนำมาวิเคราะห์ภาพรวมของแต่ละประเด็นคำถาม หลังจากสรุปและวิเคราะห์ความคิดเห็นทั้งหมดแล้ว จะเสนอผลเข้าสู่การพิจารณาของ คณะอนุกรรมการที่จัดทำระเบียบก่อน จากนั้นจึงเสนอให้บอร์ดประกันสังคมพิจารณา ซึ่งคาดว่าการประชุมบอร์ดประกันสังคมเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวจะเกิดขึ้นประมาณช่วง ปลายเดือนมีนาคมนี้ หรือราววันที่ 24 มีนาคม หากไม่มีประเด็นที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม
เมื่อถามว่า จากแนวโน้มผลประชาพิจารณ์ที่ออกมา จะสามารถกลับไปใช้ระเบียบเดิมเพื่อให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นตามไทม์ไลน์เดิมได้หรือไม่ น.ส.กาญจนา กล่าวว่า กระบวนการตามกฎหมายยังต้องดำเนินการตามขั้นตอน โดยต้องนำผลการประชาพิจารณ์เข้าสู่การพิจารณาของอนุกรรมการก่อน เพื่อเปรียบเทียบระหว่างร่างเดิมกับร่างที่เสนอใหม่
“ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ว่าจะใช้ร่างเดิมหรือร่างใหม่ เพราะต้องดูผลวิเคราะห์ความคิดเห็นทั้งหมดก่อน แล้วเสนอให้บอร์ดพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งมีความเป็นไปได้ทั้ง 2 ทาง” น.ส.กาญจนา กล่าว
น.ส.กาญจนา กล่าวด้วยว่า แม้จะพยายามเร่งรัดกระบวนการให้เร็วที่สุด แต่การจัดการเลือกตั้งลักษณะนี้มีขั้นตอนจำนวนมาก ทั้งเรื่องงบประมาณ การจัดการระบบเลือกตั้ง และการดำเนินการตามกฎหมาย จึงอาจไม่สามารถดำเนินการได้รวดเร็วตามที่ทุกฝ่ายต้องการ
เมื่อถามว่า ผู้ประกันตนและนายจ้างสามารถติดตามผลการพิจารณาได้จากช่องทางใด น.ส.กาญจนา กล่าวว่า หลังจากสรุปผลอย่างเป็นทางการแล้ว สำนักงานประกันสังคมจะเผยแพร่ข้อมูลผ่าน เว็บไซต์และช่องทางสื่อสารของสำนักงานประกันสังคม เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามได้

