ตรีนุช เผยแรงงานไทยตะวันออกกลาง ขอกลับน้อย เหตุอยู่ไกลเขตสู้รบ

6.03.26 | 14:06 น.

ตรีนุช เผยแรงงานในอิสราเอล-อิหร่าน ขอกลับไทยน้อย เพราะยังไม่ได้รับผลกระทบ

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์แรงงานไทยในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางที่กำลังเกิดความไม่สงบและมีการสู้รบในบางพื้นที่ ว่า ขณะนี้กระทรวงแรงงานได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประสานงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลความปลอดภัยของแรงงานไทยและคนไทยที่พำนักอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว

น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า จากการประสานข้อมูลเบื้องต้น ขณะนี้มีแรงงานไทยที่ประสงค์เดินทางกลับประเทศไทยจากหลายประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยในส่วนของประเทศอิหร่าน มีผู้แสดงความประสงค์เดินทางกลับประมาณ 50–55 คน ซึ่งมีกำหนดการเดินทางในช่วงวันที่ 7–11 มีนาคม ขณะที่แรงงานไทยในประเทศซาอุดีอาระเบีย มีประมาณ 10 คน ที่มีกำหนดเดินทางกลับในช่วงวันที่ 6–11 มีนาคม ส่วนในประเทศอิสราเอล ได้รับแจ้งว่ามีแรงงานไทยประมาณ 23 คน แสดงความประสงค์เดินทางกลับ โดยคาดว่าจะเดินทางในช่วงวันที่ 10 มีนาคม

“การเดินทางกลับของแรงงานไทยจากอิสราเอลในเบื้องต้นคาดว่าจะไม่ได้เดินทางแยกกัน แต่จะเป็นการเดินทางร่วมกับการประสานงานของกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้การอพยพกลับประเทศเป็นไปอย่างปลอดภัย ซึ่งถือเป็นล็อตแรกที่มีความเร่งด่วน” น.ส.ตรีนุช กล่าว

น.ส.ตรีนุช กล่าวอีกว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของคนไทยในต่างประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมมาตรการรองรับกรณีที่แรงงานไทยหรือคนไทยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงมีความประสงค์เดินทางกลับประเทศไทย หากแรงงานไทยหรือคนไทยในพื้นที่ตะวันออกกลางมีความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทย รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนและประสานงานเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับอย่างปลอดภัย ซึ่งกระทรวงแรงงานได้ติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้ประสานงานกับทูตแรงงานในพื้นที่ และหน่วยงานด้านแรงงานของไทยในต่างประเทศ เพื่อประเมินสถานการณ์และดูแลแรงงานไทยอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า กระทรวงแรงงานยังได้มอบหมายให้สำนักงานแรงงานจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงเครือข่ายเจ้าหน้าที่แรงงานในพื้นที่ ทำหน้าที่ประสานงานกับครอบครัวของแรงงานไทยที่ไปทำงานในประเทศตะวันออกกลาง ซึ่งมีฐานข้อมูลอยู่แล้ว เพื่อให้สามารถติดต่อสื่อสาร ให้ข้อมูลข่าวสาร และสร้างความมั่นใจแก่ครอบครัวของแรงงานได้อย่างต่อเนื่อง เป็นการดำเนินการในลักษณะ 2 ทาง คือ การประสานงานกับแรงงานไทยในต่างประเทศผ่านทูตแรงงาน และการประสานกับครอบครัวในประเทศไทยผ่านสำนักงานแรงงานจังหวัด เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วหากเกิดเหตุฉุกเฉิน

Advertisement

เมื่อถามถึงสาเหตุที่แรงงานประสงค์กลับประเทศน้อย น.ส.ตรีนุช กล่าวด้วยว่า แรงงานไทยส่วนใหญ่ที่ไปทำงานในประเทศตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในอิสราเอล มักทำงานในภาคเกษตรและก่อสร้าง ซึ่งจากข้อมูลเบื้องต้นพบว่าพื้นที่ที่มีการสู้รบส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทางทหาร จึงทำให้แรงงานไทยยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงมากนัก และจำนวนผู้ที่ประสงค์เดินทางกลับยังอยู่ในระดับไม่สูง กระทรวงแรงงานยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งกำชับให้กรมการจัดหางาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถช่วยเหลือแรงงานไทยได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที หากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลง

“รัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรี กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงแรงงาน ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของพี่น้องคนไทยเป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะเป็นแรงงานไทยหรือคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศแถบตะวันออกกลาง หากมีความประสงค์เดินทางกลับ ประเทศไทยก็พร้อมให้การดูแลและนำกลับอย่างปลอดภัย” น.ส.ตรีนุช กล่าว

ตรีนุช