เมื่อวันที่ 7 มีนาคม นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมรับคนไทยที่จะเดินทางกลับจากประเทศกลุ่มตะวันออกกลาง ว่า กระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมระบบรองรับไว้แล้ว โดยเน้นการคัดกรองโรคและการดูแลสุขภาพจิตของประชาชนที่เดินทางกลับประเทศ เบื้องต้นคาดว่าคนไทยกลุ่มแรกจะทยอยเดินทางกลับถึงประเทศไทยในเร็วๆ นี้ ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) จะส่งข้อมูลผู้เดินทางมาให้ สธ. เป็นรายวัน โดยก่อนหน้านี้ได้มีการประชุมเตรียมความพร้อมร่วมกัน โดยกระทรวงสาธารณสุขได้จัดระบบการคัดกรองสุขภาพตามด่านระหว่างประเทศต่างๆ เพื่อรองรับคนไทยที่เดินทางกลับจากภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งจะมีทีมแพทย์และบุคลากรสาธารณสุขคอยตรวจคัดกรองโรคติดต่อ รวมทั้งมีทีมดูแลด้านสุขภาพจิตเพื่อช่วยประเมินและให้การช่วยเหลือผู้ที่อาจมีความเครียดจากสถานการณ์ ทั้งนี้ โรคที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ โรคไข้เวสต์ไนล์ (West Nile), โรคลิชมาเนีย (Leishmaniasis) และวัณโรค ซึ่งเป็นโรคที่พบได้ในบางพื้นที่ของตะวันออกกลาง นอกจากนี้ยังมีโรคติดต่ออื่นๆ ที่อยู่ในระบบเฝ้าระวังอีกหลายโรค แม้จะพบไม่บ่อยก็ตาม โดยการตรวจคัดกรองจะเป็นบริการของรัฐ ไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ที่เดินทางกลับประเทศ
“การตรวจส่วนใหญ่จะเป็นการซักประวัติความเสี่ยงร่วมกับการตรวจเบื้องต้น ซึ่งในหลายกรณีสามารถทราบผลได้ทันทีจากชุดตรวจ หากไม่พบความเสี่ยงก็สามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้เลย เป็นลักษณะบริการแบบวันสต็อปเซอร์วิสที่ด่านตรวจสุขภาพ ไม่จำเป็นต้องกักตัวเพื่อรอเวลาเกิดโรค” นพ.สมฤกษ์ กล่าว
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่อว่า ในส่วนของจุดคัดกรองสุขภาพ ได้เตรียมไว้ในสนามบินนานาชาติหลัก 5 แห่ง ได้แก่ สนามบินกองทัพอากาศ (บน.6) สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินอู่ตะเภา และสนามบินหาดใหญ่ โดยมีทีมแพทย์จากกรมการแพทย์ กรมควบคุมโรค และกรมสุขภาพจิต ร่วมดำเนินการตรวจคัดกรองทั้งโรคติดต่อ การเจ็บป่วยทั่วไป และประเมินภาวะสุขภาพจิต หากพบผู้ที่มีอาการผิดปกติ จะมีระบบส่งต่อรักษาไปยังโรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ หรือโรงพยาบาลในพื้นที่ ขณะเดียวกันสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและโรงพยาบาลตามภูมิลำเนาจะติดตามดูแลสุขภาพต่อเนื่องหลังเดินทางกลับถึงบ้าน
นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า สธ. ได้ประสานกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศต่างๆ ในตะวันออกกลาง จัดระบบให้คำปรึกษาด้านสุขภาพผ่านระบบเทเลเมดิซีน (Telemedicine) โดยประชาชนสามารถนัดหมายพบแพทย์ทางไกลผ่านแอพพลิเคชั่น “หมอพร้อม” ซึ่งจะเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพเข้าสู่ระบบฐานข้อมูล ทำให้สามารถติดตามการรักษาและดูแลสุขภาพต่อเนื่องได้เมื่อเดินทางกลับถึงประเทศไทย ขณะเดียวกัน ยังได้เปิดสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับคนไทยที่ได้รับผลกระทบหรือมีความเครียดจากสถานการณ์ในพื้นที่ ในส่วนของการเดินทางกลับของคนไทย ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่อยู่ในประเทศแถบตะวันออกกลาง เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขณะที่บางประเทศมีคนไทยเดินทางกลับเพียงเล็กน้อย และบางพื้นที่ยังไม่มีการเดินทางกลับในขณะนี้ โดยตัวเลขผู้เดินทางกลับในแต่ละวันจะขึ้นอยู่กับการประสานงานของ กต. ทั้งนี้ ในด้านยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น ขณะนี้ยังไม่พบผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขของไทย โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และองค์การเภสัชกรรม ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อให้มั่นใจว่ามียาและเวชภัณฑ์เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน

