พยาบาลขานรับเกณฑ์ใหม่ ทำงานไม่เกิน12ชม. วอนรัฐเร่งเพิ่มกำลังคน-ค่าตอบแทน ดึงให้คนอยู่ในระบบ
จากกรณีที่ประกาศสภาการพยาบาล เรื่อง ชั่วโมงการทำงานของพยาบาลเพื่อความปลอดภัย พ.ศ.2569 มีผลบังคับใช้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีสาระสำคัญคือ การกำหนดให้ผู้บริหารการพยาบาลจัดตารางการทำงานรวมไม่เกินวันละ 12 ชั่วโมง และไม่เกิน 52 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ตลอดจนต้องมีระยะเวลาพักระหว่างเวรไม่น้อยกว่า 11 ชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงจากความเหนื่อยล้า และเสริมความปลอดภัยทั้งต่อผู้ป่วยและบุคลากร ล่าสุด ทางฝั่งผู้ปฏิบัติงานจริงได้ออกมาขานรับนโยบายดังกล่าว พร้อมสะท้อนถึงข้อจำกัดที่รัฐบาลควรให้ความสำคัญควบคู่กันไป
อ่านข่าว – บังคับใช้แล้ว ปรับเกณฑ์ชั่วโมงทำงานพยาบาล ไม่เกิน12 ชม.ต่อวัน
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม นางภคมน เก็งธรรม รองผู้อำนวยการกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า จ.สมุทรสงคราม ได้เปิดเผยถึงสถานการณ์ของโรงพยาบาลว่า รพ.สมเด็จฯ เป็นโรงพยาบาลขนาดกลาง ปัจจุบันมีผู้ป่วยนอกเข้ารับบริการสูงถึงกว่า 1,300-1,400 คนต่อวัน
นางภคมนกล่าวว่า จากกรณีที่รัฐบาลปรับเกณฑ์ชั่วโมงการทำงานพยาบาลไม่เกิน 12 ชั่วโมงต่อวันนั้น ตนต้องขอขอบคุณแทนพยาบาลที่รัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข และสภาการพยาบาล มองเห็นถึงความเหน็ดเหนื่อยและอยากให้คุณภาพชีวิตของพยาบาลดีขึ้น ซึ่งในฐานะผู้นำทางการพยาบาลใน รพ.สมเด็จฯ ตนพร้อมขานรับนโยบาย และจะสื่อสารลงไปให้ผู้ปฏิบัติงานได้รับรู้ถึงความห่วงใยนี้
นางภคมนกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม แม้นโยบายนี้จะมุ่งเป้าไปที่การลดความเหนื่อยล้าสะสมและป้องกันภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout) แต่การกำหนดเพดานเวลาทำงานในขณะที่จำนวนบุคลากรยังคงเท่าเดิมนั้น ทำให้เกิดความกังวลในเรื่องการจัดเวรปฏิบัติงานจริง ซึ่ง ในส่วนของ รพ.สมเด็จฯนั้นพยายามบริหารจัดการให้ได้ตามเกณฑ์ดังกล่าว แต่เชื่อว่าบางโรงพยาบาลอาจจะมีปัญหา เนื่องจากอัตรากำลังไม่เพียงพอในการจัดหมุนเวียนเวรการทำงาน จึงอยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยพิจารณาเพิ่มอัตรากำลังให้เหมาะสมกับภาระงานที่เพิ่มขึ้นจากจำนวนผู้รับบริการ ตลอดจนเพิ่มค่าตอบแทนเพื่อเป็นขวัญกำลังใจต่อผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะสามารถช่วยดึงบุคลากรให้อยู่ในระบบสาธารณสุขต่อไปได้ด้วย

