เมื่อวันที่ 17 มีนาคม นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การว่างงานของประเทศไทยในช่วงไตรมาสแรกของปีว่า ปัจจุบันภาพรวมตลาดแรงงานไทยยังอยู่ในระดับที่ดี โดยมีอัตราการว่างงานค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค ปัจจุบันประเทศไทยมีกำลังแรงงานประมาณ 40 ล้านคน โดยมีผู้มีงานทำแล้วประมาณ 39 ล้านคน ขณะที่ผู้ว่างงานมีประมาณ 200,000 กว่าคน คิดเป็นอัตราการว่างงานประมาณ 0.54% โดยตัวเลขอัตราการว่างงานดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ประสานจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของกรมการจัดหางาน ดังนั้น ถ้ามองในภาพรวม ถือว่าอัตราการว่างงานของเราต่ำมาก เพราะว่าเราอยู่ในระดับไม่ถึง 1% ในภูมิภาคนี้ถือว่าต่ำมาก แต่ถึงแม้จะต่ำ เราก็ต้องทำอย่างไรให้อัตราการว่างงานลดลงให้ได้มากที่สุด
นายสมชาย กล่าวต่อว่า ในโครงสร้างแรงงานปัจจุบัน การว่างงานจำนวนหนึ่งเป็น การว่างงานระยะสั้น เนื่องจากแรงงานบางส่วนประกอบอาชีพอิสระ หรือทำงานตามฤดูกาล ขณะที่ กลุ่มนักศึกษาจบใหม่ (First Jobber) อายุประมาณไม่เกิน 24 ปี อัตราการว่างงานขณะนี้ประมาณ 5% ของตัวเลขว่างงานทั้งหมด จึงเป็นกลุ่มที่มีอัตราการว่างงานสูงที่สุด เพราะยังไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน เราต้องมาดูว่าจะทำอย่างไรให้ตัวเลขการว่างงานของกลุ่มนี้ลดลงให้ได้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสในสังคมออนไลน์ที่มีคนจำนวนหนึ่งสะท้อนว่า “หางานยาก” นายสมชาย กล่าวว่า ปัญหาหลักเกิดจาก ทักษะไม่ตรงกับตำแหน่งงานที่มีอยู่ ในโซเชียลก็มีทั้งกลุ่ม first jobber และกลุ่มที่มีปัญหาเรื่องการหางานยาก เพราะทักษะหรือสกิลไม่ตรงกับตำแหน่งงานที่มีอยู่ อันนี้เราต้องทำเรื่องการอัพสกิลและรีสกิลให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน โดยปัจจุบันมี ตำแหน่งงานว่างสะสมกว่า 190,000 อัตรา ทั่วประเทศ ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับแรงงานที่กำลังมองหางาน แต่ปัญหาคือทักษะแรงงานไม่สอดคล้องกับตำแหน่งที่เปิดรับ
“ตำแหน่งงานที่ขาดแคลนส่วนใหญ่จะเป็นงานด้านวิทยาศาสตร์ เช่น วิศวกร ช่างเทคนิค และแรงงานสายอาชีพ ซึ่งมีความต้องการค่อนข้างมาก แต่แรงงานที่มีทักษะด้านนี้ยังมีไม่เพียงพอ ตอนนี้การเรียนในระดับอาชีวศึกษาน้อยลง แต่ตลาดแรงงานต้องการแรงงานกลุ่มนี้ค่อนข้างมาก เด็กส่วนใหญ่ยังอยากเรียนปริญญาตรี โดยเฉพาะสายสังคม ซึ่งตำแหน่งงานรองรับค่อนข้างน้อย ทำให้หางานยาก ภาครัฐจำเป็นต้องปรับแนวคิดของเยาวชนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน เราต้องเปลี่ยน mindset ของน้องๆ ที่กำลังจะเข้าสู่ระบบการศึกษา ให้เห็นว่าสายอาชีพเป็นทางเลือกที่ตลาดแรงงานต้องการมาก ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานได้” นายสมชายกล่าว
นายสมชายกล่าวด้วยว่า กระทรวงแรงงานพยายามหาตลาดแรงงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อรองรับ first jobber หรือคนที่ต้องการเปลี่ยนงาน โดยเฉพาะงานที่ใช้ทักษะสูงในต่างประเทศ ขณะเดียวกันในประเทศก็ต้องเร่งอัพสกิลรีสกิลแรงงานให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานมากที่สุด นอกจากนั้น กระทรวงแรงงานก็ดำเนินการสร้างความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในสายอาชีพ เพื่อกระตุ้นให้มีการเรียนมากขึ้น เพราะแรงงานในสายอาชีพนั้นถือว่าขาดแคลนอย่างมาก

