อุทยาน ขอฮ.เป็นกำลังเสริม แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ขาดน้ำมันทำงาน ขนคน-ตักน้ำดับไฟ เมืองกาญจน์ หนักสุดเหตุไฟป่ากระจาย เตรียมของบกลางหากดีเซลขึ้นราคา
วันที่ 17 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดเส้นทางกรุงเทพ-กาญจนบุรี ไม่มีปั๊มน้ำมันไหนจำหน่ายน้ำมันดีเซลเลยแม้แต่ปั๊มเดียว มีบางปั๊มเท่านั้นที่จำหน่ายน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ 95
โดยผู้สื่อข่าวสอบถามเด็กปั๊มในปั๊มแห่งหนึ่งได้ความว่า น้ำมันจะมาส่งในวันที่ 19 มีนาคม ทำให้ผู้ใช้รถบางคนต้องจอดรถไว้กับบ้าน อย่างไรก็ตาม สถานที่ราชการบางแห่งที่ต้องการใช้น้ำมันค่อนข้างได้รับความเดือดร้อน เช่น อุทยานแห่งชาติหลายแห่งใน จ.กาญจนบุรี ต้องใช้น้ำมันสำหรับรถยนต์ เรือ สำหรับเดินทางเข้าไปดับไฟป่า รวมทั้งอุปกรณ์ดับไฟบางตัว เช่น เครื่องเป่าลม ต้องใช้น้ำมันจำนวนมาก ซึ่งหัวหน้าอุทยานหลายแห่งต่างเป็นกังวลว่าจะสามารถหาน้ำมันมาใช้ได้หรือไม่ โดยล่าสุดนั้น มีปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งขายน้ำมันให้ จำนวน 400 ลิตร แต่ต้องแบ่งกันใช้ทุกอุทยาน สำหรับปฏิบัติการดับไฟป่า ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าจะใช้ได้กี่วัน อย่างไรก็ตาม ถือว่าโชคดีที่แม้ว่าก่อนหน้านี้มีไฟเกิดขึ้นหลายจุด แต่เมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมามีฝนตกหลายจุด ทำให้พื้นที่ที่มีจุดฮอตสปอตหนาแน่นที่สุดหายไปเกือบหมด แต่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า ยอมรับว่าเป็นปัญหา เพราะหัวใจหลักอย่างหนึ่งสำหรับการทำงานดับไฟป่าคือน้ำมัน ซึ่งในตอนนี้ปรับแผนการทำงานและขอกำลังเสริม โดยมีเฮลิคอปเตอร์ของ ปภ.และของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเข้ามาช่วยในการเข้ามาตักน้ำดับไฟ และขนส่งเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่เพื่อทำงาน ซึ่งเฮลิคอปเตอร์ช่วยได้เยอะ เนื่องจากน้ำมันที่ใช้คือ Jet A1 เป็นน้ำมันชนิดพิเศษที่ยังพอมีอยู่
“โชคดีที่มีฝนตกลงมาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำให้จุดความร้อนในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ลดลงเยอะ และคิดว่าเร็วๆ นี้ปัญขาดแคลนน้ำมันคงจะผ่อนคลายลง แต่ปัญหาอื่นจะมาแทนคือ ราคาน้ำมันจะสูงขึ้น ขณะที่งบประมาณที่ได้รับมา และภารกิจงานยังเท่าเดิม ได้หารือกับท่านรัฐมนตรี ทส.แล้วว่าจะของบกลางเข้ามาเสริมสำหรับการปฏิบัติงานในส่วนนี้” นายอรรถพลกล่าว




