สธ.เปิดศูนย์ปฏิบัติการฯรับมือ ‘ภัยร้อน’ เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง 29 จว. อสม.ดูแลสุขภาพในชุมชน
วันนี้ (17 มีนาคม 2569) ที่ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองปลัด สธ. ประชุมเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีภัยความร้อน ร่วมกับผู้บริหารกรมวิชาการ เขตสุขภาพ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) ทั่วประเทศ ผ่านระบบออนไลน์และออนไซต์

นพ.วีรวุฒิ กล่าวว่า อุณหภูมิที่สูงขึ้นต่อเนื่องและค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) ที่กระจายครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทย มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะโรคลมแดดและการกำเริบของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ทั้งนี้ จากข้อมูลกรมอนามัย ปี 2568 พบผู้ป่วยด้วยโรคที่เกี่ยวกับความร้อน 165 ราย และเสียชีวิต 21 ราย สธ.จึงวางระบบบัญชาการเหตุการณ์ด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC) กรณีภัยความร้อน เพื่อดูแลสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและผู้ปฏิบัติงานกลางแจ้งในพื้นที่เสี่ยงได้ทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ
“โดยในปี 2569 มีพื้นที่เป้าหมาย 29 จังหวัด ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง ได้แก่ พิจิตร ลำปาง ตาก พิษณุโลก กำแพงเพชร ขอนแก่น ยโสธร กาฬสินธุ์ นครราชสีมา เลย ชัยภูมิ สุรินทร์ มหาสารคาม อุดรธานี บุรีรัมย์ ชัยนาท ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา อุทัยธานี สมุทรสงคราม นนทบุรี ชลบุรี ปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง นครศรีธรรมราช สงขลา ยะลา และ พัทลุง” นพ.วีรวุฒิ กล่าว

รองปลัด สธ. กล่าวว่า แนวทางในการเปิด PHEOC 3 ระดับ ประกอบด้วย 1) ระดับจังหวัด เข้าสู่ภาวะแจ้งเตือน เมื่อค่าดัชนีความร้อน 42 องศาเซลเซียสขึ้นไป แต่ไม่ถึง 52 องศาฯ, ภาวะฉุกเฉิน ระดับ 1 เมื่อค่าดัชนีความร้อน 52 องศาฯขึ้นไป หรือมีผู้ป่วยโรคลมแดดอย่างน้อย 1 ราย และภาวะฉุกเฉิน ระดับ 2 เมื่อมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคลมแดดอย่างน้อย 1 ราย 2) ระดับเขตสุขภาพ เข้าสู่ภาวะแจ้งเตือน เมื่อค่าดัชนีความร้อน 52 องศาฯขึ้นไป และมีผู้ป่วยโรคลมแดดตั้งแต่ 2 จังหวัดขึ้นไป, ภาวะฉุกเฉิน ระดับ 1 เมื่อมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคลมแดด ตั้งแต่ 1 จังหวัด และภาวะฉุกเฉิน ระดับ 2 เมื่อมีผู้เสียชีวิต 2 จังหวัดขึ้นไป หรือ 3 รายขึ้นไป และ 3) ระดับกระทรวง เข้าสู่ภาวะแจ้งเตือน เมื่อค่าดัชนีความร้อน 52 องศาฯ ขึ้นไป และมีผู้ป่วยโรคลมแดด 2 เขตสุขภาพขึ้นไป, ภาวะฉุกเฉิน ระดับ 1 เมื่อ PHEOC เขต มีภาวะฉุกเฉิน 2 เขตสุขภาพขึ้นไป และภาวะฉุกเฉิน ระดับ 2 เมื่อ PHEOC เขต มีภาวะฉุกเฉิน 2 ภาคขึ้นไปหรือ 3 เขตสุขภาพ
“นอกจากนี้ ได้เตรียมมอบหมายให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ร่วมเฝ้าระวังและดูแลสุขภาพในชุมชน โดยค้นหาและจัดทำทะเบียนกลุ่มเสี่ยงร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) พร้อมออกเยี่ยมบ้านและเฝ้าระวังอาการสำคัญ ประสานส่งต่อ รพ.สต.เมื่อพบอาการผิดปกติ และสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันโรคลมร้อนให้กับประชาชน รวมถึง กรมวิชาการจะจัดทำแนวทางปฏิบัติในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคจากความร้อน และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม อาทิ ลดกิจกรรมกลางแจ้ง ส่งเสริมให้มีพื้นที่คลายร้อน เพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยจะจัดทีม MCATT ร่วมสื่อสารข้อมูลสุขภาพให้กับประชาชน เพื่อลดผลกระทบทางจิตใจจากสถานการณ์ความร้อนด้วย” นพ.วีรวุฒิ กล่าว

