Swap to Stop ของอังกฤษ ดันยอดคนเปลี่ยนมาใช้บุหรี่ไฟฟ้าเลิกบุหรี่มวน พุ่งกว่า 125,000 คน
งานวิจัยชิ้นใหม่จากหน่วยวิจัยนโยบายด้านสารเสพติดแห่งสถาบันวิจัยสุขภาพและการดูแลแห่งชาติ มหาวิทยาลัยคิงส์ คอลเลจ ลอนดอน และมหาวิทยาลัย คอลเลจ ลอนดอน ระบุว่า โครงการ Swap to Stop เสียงตอบรับดี ดันยอดผู้ที่หันมาใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อเป็นตัวช่วยในการเลิกบุหรี่มวนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
งานวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ Addiction ระบุว่า ในช่วงหนึ่งปีหลังจากรัฐบาลริเริ่มโครงการ มีชาวอังกฤษราว 125,000 คน เปลี่ยนมาใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อพยายามเลิกสูบบุหรี่ โดยโครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อจูงใจให้คนเลิกบุหรี่มวน ด้วยการแจกชุดเริ่มต้นบุหรี่ไฟฟ้าให้ฟรี ควบคู่ไปกับการให้คำปรึกษาเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
ทีมผู้วิจัยใช้ข้อมูลจากคู่มือการศึกษาการสูบบุหรี่ ซึ่งใช้วิธีสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เป็นประจำทุกเดือนกับกลุ่มตัวอย่างอายุ 16 ปีขึ้นไป เพื่อเก็บสถิติจำนวนคนที่พยายามเลิกบุหรี่และวิธีการที่พวกเขาเลือกใช้
จากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า ระหว่างเดือนธันวาคม 2566 ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มโครงการ Swap to Stop จนถึงเดือนธันวาคม 2567 สัดส่วนของชาวอังกฤษที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อพยายามเลิกบุหรี่มวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องถึง 1.5 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ศาสตราจารย์เอโอนี่ บรอส ศาสตราจารย์ด้านสารเสพติดและสาธารณสุขจากสถาบันจิตเวชศาสตร์ จิตวิทยา และประสาทวิทยา (King’s IoPPN) และนักวิจัยหลัก ระบุว่า การสูบบุหรี่คร่าชีวิตผู้ที่สูบต่อเนื่องระยะยาวไปกว่าครึ่ง ดังนั้นแม้พฤติกรรมของประชากรจะเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อย แต่ก็สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้างได้ การได้เห็นผลลัพธ์ระดับประชากรที่ชัดเจนจากโครงการนี้ถือเป็นเรื่องน่าประทับใจ เพราะมันพิสูจน์ให้เห็นว่า โครงการที่ถูกออกแบบมาอย่างดี สามารถผลักดันให้คนหันไปหาทางเลือกที่อันตรายน้อยกว่าได้อย่างมีนัยสำคัญ
งานวิจัยก่อนหน้านี้ก็เคยชี้ให้เห็นแล้วว่า การใช้บุหรี่ไฟฟ้ามีประสิทธิภาพในการช่วยเลิกบุหรี่ได้ดีกว่าการบำบัดด้วยสารทดแทนนิโคติน (Nicotine Replacement Therapy – NRT) อย่างเห็นได้ชัด โดยมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า ผู้เข้าร่วม 1 ใน 5 สามารถเลิกบุหรี่มวนได้สำเร็จเมื่อได้รับแจกบุหรี่ไฟฟ้าฟรีพร้อมกับรับคำปรึกษา
ดร.เวร่า บัสส์ นักวิจัยอาวุโสด้านพฤติกรรมศาสตร์จาก คอลเลจ ลอนดอน กล่าวเสริมว่า ถือเป็นข่าวดีมากที่มีประชากรในอังกฤษราว 125,000 คน พยายามเลิกบุหรี่มวนด้วยบุหรี่ไฟฟ้าหลังจากมีโครงการนี้ คนที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้ามีแนวโน้มที่จะเลิกสูบบุหรี่สำเร็จมากกว่าคนที่ใช้สารทดแทนนิโคตินถึง 50% และแน่นอนว่าการเลิกบุหรี่ได้ จะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคร้ายแรงต่างๆ ได้อย่างมหาศาล
จากความสำเร็จที่เกิดขึ้น ทีมนักวิจัยได้เสนอแนะว่า ผู้กำหนดนโยบายในอังกฤษควรพิจารณาให้ทุนสนับสนุนโครงการนี้ต่อไป และประเทศอื่น ๆ ก็ควรพิจารณานำโมเดลลักษณะเดียวกันนี้ไปปรับใช้ หากสามารถทำได้ภายใต้ยุทธศาสตร์การควบคุมยาสูบระดับชาติของประเทศนั้น ๆ
สำหรับงานวิจัยนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากหน่วยวิจัยนโยบายด้านสารเสพติด NIHR รวมถึง Cancer Research UK และ UK Prevention Research Partnership

