เมื่อวันที่ 23 มีนาคม นพ.จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี เปิดเผยแนวทางการพัฒนาระบบบริการของโรงพยาบาลจนสามารถยกระดับคุณภาพและลดปัญหาความแออัดได้อย่างเป็นรูปธรรมว่า การเปลี่ยนแปลงสำคัญเริ่มจากการปรับแนวคิดการบริหาร โดยยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง คำนึงถึงประสบการณ์ของผู้รับบริการตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าสู่โรงพยาบาล ไปจนถึงกระบวนการรักษาและติดตามผล เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับทั้งความสะดวก รวดเร็ว และความเข้าใจในขั้นตอนต่างๆ อย่างชัดเจน แม้ในช่วงเวลาที่ต้องรอรับบริการ แนวทางดังกล่าวถูกขับเคลื่อนควบคู่กับการพัฒนาบุคลากร ซึ่งถือเป็นหัวใจของระบบบริการสุขภาพ โดยโรงพยาบาลมุ่งสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับมีทัศนคติในการดูแลผู้ป่วยเสมือนญาติ พร้อมเสริมทักษะด้านการสื่อสาร พฤติกรรมบริการ และซอฟต์สกิลที่จำเป็น ขณะเดียวกันในระดับผู้บริหารยังต้องมีศักยภาพในการบริหารจัดการทีม แก้ไขปัญหา และขับเคลื่อนองค์กรให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การพัฒนาเกิดความยั่งยืน
นพ.จินดา กล่าวว่า อีกหนึ่งกลไกสำคัญคือการยกระดับมาตรฐานคุณภาพบริการ โดยโรงพยาบาลราชวิถีได้รับการรับรองคุณภาพในระดับก้าวหน้า หรือ Advanced HA ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพในการให้บริการรักษาพยาบาลที่ปลอดภัยและมีคุณภาพในระดับประเทศ ขณะเดียวกันยังนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเป็นเครื่องมือหลักในการเพิ่มประสิทธิภาพ ทั้งระบบวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ ระบบอัตโนมัติ ตู้บริการอัจฉริยะ แอปพลิเคชัน และระบบการแพทย์ทางไกล ซึ่งช่วยลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และเพิ่มความรวดเร็วในการเข้าถึงบริการของผู้ป่วย ในด้านการแก้ไขปัญหาความแออัด ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีผู้ป่วยเข้ารับบริการวันละหลายพันคน ได้มีการปรับรูปแบบการจัดบริการใหม่ โดยใช้แนวคิดการจำแนกกลุ่มผู้ป่วยและออกแบบเส้นทางการรับบริการ หรือ Patient Journey ให้เหมาะสมกับแต่ละกลุ่ม ทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการที่ตรงกับความจำเป็นได้ทันที ลดการกระจุกตัวในจุดบริการหลัก โดยเฉพาะบริเวณชั้นล่างของอาคารที่เคยมีความหนาแน่นสูง
“การออกแบบระบบดังกล่าวทำให้ผู้ป่วยบางส่วนสามารถเข้ารับบริการผ่านช่องทางเฉพาะ เช่น ตู้คีออส จุดเจาะเลือด หรือเข้ารับบริการตามแผนกได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนซ้ำซ้อน ขณะเดียวกันยังมีการปรับปรุงพื้นที่บริการให้เหมาะสม และเพิ่มบทบาทของเจ้าหน้าที่รวมถึงจิตอาสาในการให้ข้อมูลและแนะนำเส้นทางแก่ผู้ป่วย ซึ่งช่วยลดความสับสนและทำให้การไหลของผู้รับบริการเป็นระบบมากขึ้น แม้จำนวนผู้ป่วยโดยรวมจะเพิ่มขึ้นก็ตาม” นพ.จินดา กล่าว
นพ.จินดา กล่าวต่อว่า นอกจากการจัดการภายใน โรงพยาบาลยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบข้อมูล โดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อค้นหาช่องว่างในการดำเนินงาน และนำผลลัพธ์ไปปรับปรุงกระบวนการให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ทั้งในด้านการบริหารทรัพยากร การลดความสูญเปล่า และการเพิ่มคุณภาพบริการในแต่ละหน่วยงาน ซึ่งถือเป็นฐานสำคัญของการพัฒนาองค์กรในระยะยาว สำหรับทิศทางในอนาคต โรงพยาบาลราชวิถีมีเป้าหมายชัดเจนในการพัฒนาไปสู่การเป็นศูนย์การแพทย์ระดับตติยภูมิที่มีความเชี่ยวชาญสูง โดยจะมุ่งเน้นการดูแลผู้ป่วยที่มีความซับซ้อน ขณะเดียวกันจะลดภาระของผู้ป่วยกลุ่มปฐมภูมิและทุติยภูมิ ผ่านการสร้างเครือข่ายบริการสุขภาพร่วมกับหน่วยบริการในระดับพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นคลินิกชุมชน ศูนย์บริการสาธารณสุข ร้านยา และระบบการแพทย์ทางไกล เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการที่เหมาะสมได้ใกล้บ้านมากขึ้น

