สภาผู้บริโภคชี้เครื่องใช้ไฟฟ้าไหม้-ระเบิด ทำเจ็บ! ผู้ขายต้องชดใช้ค่ารักษา-แนะ5ขั้นตอนปชช.
วันนี้ (25 มีนาคม 2569) นายสุรกิจ สิงหะพล เจ้าหน้าที่กฎหมายและคดี สภาผู้บริโภค กล่าวว่า กรณีที่ผู้บริโภคซื้อสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่เมื่อนำไปใช้งานแล้วเกิดปัญหาร้ายแรง ที่มีการระเบิดหรือไฟไหม้ตามมา ทำให้ร่างกายได้รับบาดเจ็บ ดังนั้น ผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายจะต้องรับผิดชอบต่อผู้บริโภค ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนสินค้าใหม่ให้เท่านั้น โดยความรับผิดชอบของผู้ประกอบการจะครอบคลุมอย่างน้อย 3 ส่วน ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บ ค่าเสียหายทางจิตใจจากความหวาดกลัวหรือผลกระทบที่เกิดขึ้น รวมถึงการคืนเงินค่าสินค้า หรือชดใช้มูลค่าสินค้าที่ชำรุด

“ที่ผ่านมา มีกรณีที่อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน เช่น โทรศัพท์มือถือ ไดร์เป่าผม พาวเวอร์แบงก์ หรืออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ เกิดเหตุระเบิด ช็อต จนก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายของผู้บริโภค สะท้อนถึงปัญหาสินค้าที่ไม่ปลอดภัย ผู้ประกอบธุรกิจต้องรับผิดชอบโดยตรง เนื่องจากสินค้าที่ได้มาตรฐานที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงถึงชีวิตหรือทรัพย์สินของผู้ใช้” นายสุรกิจ กล่าว
นอกจากนี้ นายสุรกิจ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ผู้บริโภคได้รับอันตรายจากสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ปลอดภัย ควรดำเนินการใน 5 ขั้นตอน 1.เข้ารับการรักษาและขอใบรับรองแพทย์เพื่อเป็นหลักฐาน 2.เก็บหลักฐานความเสียหาย เช่น ภาพถ่าย ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล และสินค้าที่ได้รับความเสียหาย 3.แจ้งความลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ 4.ทำหนังสือแจ้งผู้ขายหรือผู้ประกอบการเป็นลายลักษณ์อักษร และ 5.หากไม่ได้รับการแก้ไข สามารถร้องเรียนมาที่สภาผู้บริโภคได้
“แม้ในช่วงที่ผ่านมาผู้ประกอบการจะใช้แนวทาง ให้เปลี่ยนเครื่องใหม่หรือเปลี่ยนสินค้าเมื่อเกิดปัญหาก็ตาม แต่ทั้งหมดไม่ได้ทำให้ผู้ประกอบการหลุดพ้นจากความรับผิดชอบต่อความเสียหายต่อร่างกายของผู้บริโภคที่ต้องดำเนินการชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้บริโภคเพิ่มเติม” นายสุรกิจ กล่าวและว่า ในกรณีที่ผู้บริโภคไม่ได้รับการเยียวยาค่าเสียหายและสามารถเข้ามาร้องเรียนที่สภาผู้บริโภค ที่จะช่วยเหลือตั้งแต่ขั้นตอนการไกล่เกลี่ยไปจนถึงการฟ้องร้องดำเนินคดีในชั้นศาล ซึ่งหากเข้าสู่กระบวนการในชั้นศาลแล้ว ผู้ประกอบการอาจต้องชำระทั้งค่าเสียหายต่อผู้บริโภค และ “ค่าเสียหายเชิงลงโทษ” เพื่อป้องปรามและยกระดับความรับผิดชอบด้านความปลอดภัยของสินค้า ไม่ให้เกิดเหตุต่อเนื่องกับผู้บริโภครายอื่นๆ อีก
นายสุรกิจ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา สภาผู้บริโภคได้ผลักดัน (ร่าง) พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ความรับผิดเพื่อความชํารุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. .. หรือ ร่างกฎหมายเลมอน ลอว์ เพื่อป้องกันปัญหาสินค้าชำรุดบกพร่องและสร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภคในการใช้สินค้ามากขึ้น โดยมีการรับรองสิทธิของผู้บริโภคทั้งกรณีขอซ่อม ขอเปลี่ยนขอลดราคา ขอเลิกสัญญา และขอปฏิเสธชําระค่างวดผ่อนสินค้าได้หากพบความชํารุดบกพร่องของสินค้า
“นอกจากนี้ ยังได้ผลักดันข้อเสนอนโยบายเรื่องการยืนยันตัวตนผู้ขาย (e-KYM : e-Know Your Merchant) ที่กำหนดให้แต่ละแพลตฟอร์มต้องจัดทำระบบการซื้อขายและลงทะเบียนผู้ขาย ซึ่งข้อมูลหน้าร้านในแต่ละแพลตฟอร์มต้องแสดงข้อมูลชัดเจน เช่น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ บัญชีธนาคาร หมายเลขจดทะเบียนหรือจดแจ้งที่ออกโดยหน่วยงานรัฐ และตำแหน่งที่ตั้งของร้านค้า สำหรับร้านค้าที่ขายสินค้าควบคุมต้องแสดงฉลากที่เกี่ยวข้อง เช่น เครื่องหมายมาตรฐานอุตสาหกรรม (ตรา มอก.) หรือ เครื่องหมาย อย. ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อยืนยันมาตรฐานสินค้าและป้องกันสินค้าที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค” นายสุรกิจ กล่าว

