เปิดนิสัยทำร้ายฟัน แพทย์เตือน ฟันผุ เสี่ยงลามเข้ากระแสเลือด-โรคหัวใจ อันตรายถึงชีวิต

27.03.26 | 19:00 น.

เปิดนิสัยทำร้ายฟัน เสี่ยงหน้าเบี้ยว แพทย์เตือน ฟันผุ เสี่ยงลามเข้ากระแสเลือด-โรคหัวใจ อันตรายถึงชีวิต

นิสัยทำร้ายฟันที่คนไทยทำทุกวัน เคี้ยวน้ำแข็ง นอนกรน เคี้ยวข้าวข้างเดียว ระวังหน้าเบี้ยวไม่รู้ตัว! ฟันผุอาจอันตรายถึงชีวิต เชื้อลามเข้ากระแสเลือด เสี่ยงโรคหัวใจ สมองเสื่อม! เปิดความจริงเรื่องสุขภาพฟัน และการจัดฟัน ที่หลายคนไม่เคยรู้ในรายการ On the way With Chom กับ “หมอเรืองยศ อ่อนสอาด” ทันตแพทย์ผู้มากประสบการณ์ด้านการจัดฟันใส เพราะสุขภาพดี เริ่มที่ช่องปากอย่ารอจนแย่แล้วค่อยมาหาหมอ

การจัดฟันมีประโยชน์มากกว่าแค่เรื่องของความสวยงาม?

หมอเรืองยศ : ครับ หลายคนก็คิดว่าการจัดฟันเกี่ยวกับเรื่องความสวยงาม แต่จริงๆ แล้วการจัดฟันนอกจากเรื่องของความสวยงาม คือคนที่จัดฟันออกมาดี อันดับ 1 เลยก็คือ ฟันต้องเรียงดีถ้าฟันเรียงดี หมายถึงว่าการทำความสะอาดก็ง่าย การเกิดฟันผุ การเกิดโรคเหงือก หรือการเกิดโรคฟันต่างๆ ความผิดปกติในช่องปากก็จะแทบไม่เกิดขึ้นแล้ว และในข้อที่ 2 เลยก็คือเรื่องของการบดเคี้ยว การบดเคี้ยวที่สำคัญเลยถ้าเกิดว่าเราจัดฟันออกมาเรียงได้ดี ความสมดุลกับเรื่องการบดเคี้ยวเป็นเรื่องใหญ่ เพราะว่าเกี่ยวกับเรื่องของข้อต่อขากรรไกรที่ต้องทำงานสมดุลกัน รู้ไหมว่าเราเคี้ยวทุกวัน ก็คือเป็นการกระตุ้นสมองด้วย เพราะว่าคนที่บดเคี้ยวได้ไม่ดี สมองก็ได้รับการกระตุ้นที่น้อยลง และนอกจากนั้นเองเราต้องคิดว่าถ้าฟันเราเรียงตรงอยู่ในกึ่งกลางกระดูก นั่นคือความแข็งแรง เมื่อกระดูกเราถูกต้อง เราเอาฟันไปวางไว้ที่ตำแหน่งกึ่งกลางของกระดูก ความแข็งแรงก็ย่อมสูง เพราะฉะนั้นถ้าจัดออกมาได้ดีแล้ว กึ่งกลางดีแล้ว การบดเคี้ยวดีแล้ว ฟันก็ต้องอยู่กับที่ ต้องไม่มีการเลื่อนหรือคืนกลับ อันนี้คือเป็นเหตุผลของการจัดฟัน คือพูดง่ายๆ ว่าการจัดฟันไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม เพราะมันเป็นการลงทุนกับชีวิตในระยะยาว

“ฟันผุ”ส่งผลต่อสุขภาพไปไกลขนาดไหน?

Advertisement

หมอเรืองยศ : ฟังดูแล้วน่ากลัวใช่ไหม? แต่มันก็น่ากลัวจริงๆ นะครับ เพราะว่าฟันผุ มันเริ่มจากผุเล็กๆ แต่ว่าสิ่งที่น่ากลัว ว่าพอฟันผุไปลุกลามใหญ่โตขึ้น มันไม่ใช่แค่หยุดแค่เรื่องของการปวด มันสามารถที่จะทะลุโพรงประสาท และก็เชื้อแบคทีเรียที่มันทะลุโพรงประสาท สามารถผ่านตรงไปที่เหงือกและก็ไปที่กระดูก และก็ยังส่งไปที่ทางหลอดเลือดด้วย เพราะฉะนั้นมีรายงานบอกมาว่า คนที่มีฟันผุทะลุโพรงประสาทนะ มีการติดเชื้อในกระแสโลหิต พูดง่ายๆ มีความเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตได้ เพราะฉะนั้นการสะสมเชื้อทำให้มากขึ้นๆ โดยเฉพาะพวกผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน หรือโรคหัวใจ เชื้อโรคพวกนี้ จริงๆ แล้วก็สามารถทำให้เข้าไปสู่ถึงสมอง หรือไปสู่ถึงหัวใจ โดยเฉพาะพวกคนที่เป็นลิ้นหัวใจผิดปกติ

“การจัดฟัน” ทำให้ดูดีได้จริงไหม?

หมอเรืองยศ : ก็มีหลายคน มาหาผม มาปรึกษาจะทำจัดฟัน แต่ก็มาปรึกษาว่าอยากทำศัลยกรรมร่วมด้วย หรืออยากที่จะทำหน้าอะไรต่างๆ พวกนี้ แต่คำถามผมจะถามกลับไปว่า ตอนนี้รอยยิ้มของคุณสมดุลแล้วหรือยัง เพราะว่าจริงๆ แล้ว ในศาสตร์ของเรื่อง เอสเทติก นอร์ม (Aesthetic Norm) เราสามารถที่จะมองให้เป็นระบบในเรื่องของโครงสร้างของใบหน้ากับริมฝีปาก และก็ความอูม หรือการเรียงตัวของฟัน หรือองศาของฟันอะไรต่างๆ ให้สมดุลกับเรื่องของคางกับใบหน้า ทำให้เป็นระบบเดียวกัน ซึ่งถ้าเกิดว่าเราทำให้เป็นระบบเดียวกัน ผลที่ออกมาส่วนใหญ่ คำว่า “นอร์ม” คือเราเอาค่าของคนที่สวยงามมาอยู่แล้ว เอามาเป็นเกณฑ์ ถ้าเราทำอะไรก็แล้วแต่ให้มันมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เข้าใกล้ในเส้นหรือองศาพวกนั้น ทำให้ผลออกมาได้ดูดี เหมือนหน้าตาออกมาก็อาจจะดูสวยขึ้น ดูละมุนขึ้น อะไรทำนองลักษณะนี้ และก็ถ้าถามผมบอกว่าจัดฟันแล้วหน้าเปลี่ยนไหม เปลี่ยนจริงครับ แต่ว่าก็ไม่ใช่ทุกคนเปลี่ยนนะ และก็ไม่ใช่ว่าเปลี่ยนจนเป็นคนละคน ในลักษณะของใบหน้าเรานะ มันจะแบ่งเป็น 3 ส่วน ในส่วนกลางกับส่วนล่าง จริงๆ หมอฟันก็จะเกี่ยวข้องที่เค้าเรียกว่า แมกซิลโลเฟเชียล (Maxillofacial) คือกระดูกขากรรไกรและใบหน้า เพราะฉะนั้นจะเป็น 2 ใน 3 ของใบหน้าเลยนะ ซึ่งจริงๆ ถามว่ากรอบหน้าเกี่ยวข้องไหม? เกี่ยวข้องอย่างยิ่งเลย ในส่วนกลางกับส่วนล่าง โดยเฉพาะส่วนล่างส่วนคางอะไรต่างๆ กรอบหน้ามันเป็นการเคลื่อนที่ที่ใหญ่ที่สุดของใบหน้า นี่คืออันดับ 1 เลย แต่รู้ไหมว่าการเคลื่อนที่ นอกจากทำการเคลื่อนที่ของขอบหน้าแล้ว มันจะมีการเคลื่อนที่ของริมฝีปากกับรอยยิ้ม เมื่อไหร่มีการเคลื่อนที่มีการยิ้มเราก็จะมองเห็นฟัน นั่นก็คือจุดหนึ่ง

เริ่มจัดฟันได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่และอายุเท่าไหร่ที่แบบเหมาะที่สุด?

หมอเรืองยศ : ต้องบอกเลยว่า อายุที่เหมาะสมในการจัดฟัน ไม่ควรเกินอายุ 13 และก็ในช่วงการเจริญเติบโต ในช่วงของการจัดฟันที่จะควบคุมฟันได้ดี ก็คือจะช่วงการเจริญเติบโตสูงสุดของขากรรไกรกับใบหน้า คือช่วงอายุประมาณตั้งแต่ 6-7 ขวบ ไปจนถึงประมาณ 13 ปี แต่ไม่ใช่ว่าอายุมากกว่า 13 จัดไม่ได้ จัดได้ครับ เพราะยังมีช่วงการเจริญเติบโตอยู่บ้าง แต่หลังจากอายุ 20 ไปแล้ว หมดการเจริญเติบโตก็จะจัดอีกแบบหนึ่ง พูดง่ายๆ ในตอนช่วงเด็ก บางทีเราเห็นว่าฟันล่างคร่อมฟันบน เมื่อฟันล่างคร่อมฟันบนตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าจะเป็นฟันน้ำนมก็แล้วแต่ การกระตุ้นการเคี้ยว จะทำให้กระตุ้นขากรรไกรล่างออกไปเรื่อยๆ แต่ถ้าเราควบคุมโดยการที่ทำให้ฟันบนมาคร่อมฟันล่าง มันจะถูกยับยั้งกันเองโดยอัตโนมัติ เพราะฉะนั้นพูดง่ายๆ ถ้าเราเห็นตั้งแต่แรก เราป้องกันตั้งแต่แรกก็จะเป็นเรื่องดี เด็กบางคนฟันน้ำนมหมดตั้งแต่อายุ 11 ปี เราก็เริ่มทำตั้งแต่ตอนนั้น 11-13 ปี เป็นช่วงดีที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ฟันน้ำนมมันเริ่มหมด

อายุเยอะยังจัดฟันได้ไหมคะ ?

หมอเรืองยศ : มันไม่มีคำว่าสาย ถ้ามีฟันอยู่นะ เราทำได้หมดครับ

การจัดฟันสามารถช่วยปรับรูปหน้าได้ไหม?

หมอเรืองยศ : เอาอย่างนี้ดีกว่า ถ้าเกิดว่าผมมีเด็กมาปรึกษา ผู้ปกครองพามาปรึกษาสิ่งที่เราอยากเห็นเลย เราอยากเห็นหน้าตาของพ่อแม่ของเด็กด้วย ถ้ามาปรึกษาได้พร้อมกันเราจะวินิจฉัยได้ค่อนข้างง่ายเลย เอาเป็นว่าถ้าเกิดว่าพ่อแม่หรือลูกออกมาหน้าตาเหมือนพ่อแม่

จัดฟันทำให้ดูเด็กลงได้ไหม?

หมอเรืองยศ : อายุมากขึ้นตามวัย มันเป็นเรื่องปกติที่จะเกิดขึ้น ให้สังเกตเลยนะฮะว่าเนื้อเยื่อของใบหน้ามันมีการหย่อนคล้อย โดยเฉพาะริมฝีปาก สังเกตไหมฮะว่าคนอายุมากขึ้น เวลาพูดเราจะเห็นฟันล่างมากขึ้น แต่ฟันหน้าบนบางทีจะมองเห็นน้อยลงเพราะมันร่วงลงมา อันนี้มันเป็นเรื่องของวัยที่เกิดขึ้น คราวนี้การหย่อนคล้อยตรงนี้ ถ้าถามว่าเราเปลี่ยนสภาพของฟันให้มันมองเห็นมากขึ้น ส่วนไหนที่ไม่ควรมองเห็นมาก เช่น ฟันล่าง เราให้มันมองเห็นน้อยลง เราก็สามารถจัดได้ เอาเป็นว่าถ้าเกิดยิ่งอายุมากขึ้น ถ้าเกิดคนที่ไม่เคยจัดฟันมา การบดเคี้ยวผิดปกติก็เกิดการสึกของฟันกรามด้านหลังค่อนข้างเยอะ พอสึกเยอะหน้าเราก็จะสั้นลง อันนี้เป็นทุกคน แต่ถ้าเกิดจัดฟันได้ดี แนวตั้ง แนวเสาเข็มอะไรมันดีหมด มันจะคีบตรงนั้นไว้นะ มันก็จะทำให้เป็นลักษณะของการที่มันอยู่ตรงนั้น และคุณชมพู่รู้ไหมว่าจริงๆ ฟันคนเราที่ถามว่าสวยที่สุด ตอนอายุประมาณเท่าไหร ผมมักจะบอกประจำเลยว่า ฟันสวยสุดอยู่ที่อายุประมาณ 18 ปี เพราะฉะนั้นเป็นคีย์หนึ่งนะฮะ เป็นคีย์หนึ่งที่ถ้าเกิดเราทำความสวยงาม อย่างคนอายุมากๆ ที่มาจัดฟัน เห็นไหมว่าบางทีมาจัดฟันตอนอายุเยอะ ฟันหน้าสึกไปละ อายุมากหลายคน เขี้ยวมันสึกไป ความแหลมคมมันน้อยไป แต่จริงๆ ถ้าจัดฟันมาตั้งแต่เด็ก ความคมมันจะอยู่ แต่ถ้าเกิดฟันมันสบไม่ดีมันก็จะสึกไป เพราะฉะนั้นการจัดฟันในตอนผู้ใหญ่ เราสามารถที่จะตกแต่งฟันให้มันดูสวยก่อน แล้วเราก็ดึงฟันมันลงมาได้ การดึงฟันไม่ใช่เพราะไม่แข็งแรงฟันถูกดึงมากระดูกถูกดึงตามมาด้วย เพราะฉะนั้นมันอยู่ที่เทคนิคว่าเราจะทำมันไหมเท่านั้นเอง อย่างที่บอกว่าถ้าเกิดว่าจะทำให้หน้าดูอ่อนเยาว์ ในเมื่อฟันมันมองไม่เห็น เราก็ทำให้ฟันมันมองเห็น ตั้งฟันด้านหลังไปดีๆ ตั้งให้มันตรงขึ้น ใบหน้าเราก็ดูสูงขึ้น การที่จะทำให้ดูแก่ลงมันก็น้อยลง อยู่ที่เราจะวางแผนมันหรือเปล่า

อะไรที่ทำแล้วมีผลต่อฟัน?

หมอเรืองยศ : ก็ถ้าถามเรื่องเคี้ยวน้ำแข็งเป็นประจำ ก็ไม่ใช่เรื่องเล็กหรอก เพราะฟันเราถูกออกแบบมา ให้มีการบดเคี้ยว ไม่ใช่ไปใช้แรงในการกระแทกกับของแข็ง เพราะว่าถ้าเกิดการกระแทกกับของแข็ง หรือว่ากัดน้ำแข็งเป็นประจำ ผลเสียที่จะเกิดเลยนะ อันดับแรกเลยก็คือเรื่องของเคลือบฟันง่ายๆ มันมีการร้าว ซึ่งมันก็จะสะสมขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างที่ 2 เลย อาจจะทำให้ฟันมันมีการแตกหรือบิ่นได้ โดยเฉพาะฟันบางคนที่อุดฟันมาแล้ว หรือฟันที่รักษารากมาแล้ว ความแข็งแรงมันน้อยลง พอกระแทกจากน้ำแข็ง มันจะทำให้ฟันแตกไปได้เลย นอกจากนั้นอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของการกระแทกประจำ ทำให้เกิดอันตรายต่อรากฟัน และก็เค้าเรียกเส้นเอ็นหุ้มฟัน ทำให้เหมือนกับเวลาเคี้ยวๆ แล้วมีอาการเจ็บ และอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของถ้าเคลือบฟันมันบางลง มันสามารถส่งความเย็นของน้ำแข็งกระตุ้นไปที่ประสาทฟันได้โดยตรงเลย มันทำให้เกิดการเสียวฟันง่ายขึ้น เพราะฉะนั้นอย่างที่บอก ฟันเราไม่ได้ถูกดีไซน์มาเหมือนกับค้อนที่มาทุบน้ำแข็ง แต่เราเอาไว้สำหรับการบดเคี้ยว ใครที่มีนิสัยนี้ กัดของแข็งหรือว่าของที่มันแข็งเป็นประจำ มันไม่เห็นในตอนนี้มันก็เห็นในอนาคตทุกคน เพราะฉะนั้นก็ไม่ควร

เคี้ยวข้าวข้างเดียวทำให้หน้าเบี้ยวไหม?

หมอเรืองยศ : ก็อย่างที่บอกว่าถ้าเกิดว่ามีการเคี้ยวข้างเดียวเป็นประจำ กล้ามเนื้อบดเคี้ยวก็คือกล้ามเนื้อใบหน้าส่วนหนึ่งถูกไหม มันจะมีการทำงานที่ไม่เท่ากัน พูดง่ายๆ ว่าถ้าคนเคี้ยวข้างเดียวมาเป็นประจำ ไปดูเลย ใบหน้าไม่เท่ากัน จะเริ่มไม่สมดุลกันบางทีเห็นเบี้ยวได้ชัดเลย ดังนั้นถ้าเกิดเห็นไม่สมดุลเมื่อไหร่นั่นแหละคือความผิดปกติที่เห็นได้ชัดเจน และก็อย่างที่บอกว่าความผิดปกติไม่ใช่แค่เห็นแค่ที่ใบหน้าอย่างเดียว มันส่งผลถึงเรื่องกล้ามเนื้อบดเคี้ยวเรื่องความสมดุลของใบหน้าด้วย อันนี้เป็นเรื่องสำคัญด้วย

หายใจทางปากหรือนอนกรน หน้าจะยื่นจริงไหม?

หมอเรืองยศ : อันนี้บอกเลยครับ จริงครับ เด็กที่หายใจทางปาก ทำให้เกิดสภาพของขากรรไกรบน หรือว่าเพดานบนมันแคบ และก็มีการเรียงตัวของฟันที่ผิดปกติ อธิบายได้ง่ายๆ ถ้าเกิดว่าเด็กมีการหายใจทางจมูกปกติ ลิ้นในช่วงหายใจจะเข้าไปอยู่ที่เพดานปากบน การกลืนน้ำลายอะไรก็แล้วแต่ แรงดันของลิ้น จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการเติบโตหรือการขยายของขากรรไกรในทางที่ถูกต้อง แต่ถ้าเกิดว่าเด็กมีการหายใจทางปาก ลิ้นมันจะตกลงมาอยู่ที่ข้างล่างนั่นทำให้การเจริญเติบโตของขากรรไกรบนหรือเพดานทางด้านบนมันก็จะน้อยกว่าปกติ นอกจากเรื่องการหายใจทางปาก สิ่งที่มองเห็นคืออาจจะมีการนอนกรนตั้งแต่เด็ก มีการนอนกัดฟันตั้งแต่เด็ก หรือว่าบางรายขนาดถึงขั้นการบดเคี้ยวของฟันผิดปกติ

แนะนำวิธีการดูแลสุขภาพฟัน?

หมอเรืองยศ : สุขภาพดีมันต้องเริ่มต้นที่จากช่องปากครับ ต้องบอกว่าร่างกายเราจะไม่สร้างสัญญาณเตือนโดยที่ไม่มีเหตุผล เพียงแต่ว่าเราฟังมันหรือเปล่าเพราะบางครั้งในเรื่องของปัญหาจากปากที่ดูว่าเป็นปัญหาน้อยอาจจะเป็นเรื่องใหญ่ของชีวิตก็ได้ การทำฟันให้ดีในวันนี้ก็คือนอกจากจะทำเพื่อความสวยงามแล้ว มันอาจจะเพื่อความแข็งแรงของสมองในอนาคตด้วย