สปสช.ยันไม่ล่าช้า จ่ายโอนให้ รพ.อุ้มผาง 55 ล้าน ดูแลสิทธิบัตรทอง 2.8 หมื่นคน
กรณีมีการเชื่อมโยงสถานการณ์วิกฤตการเงินของโรงพยาบาล (รพ.) อุ้มผาง จ.ตาก ว่าอาจเกิดจากการเบิกจ่ายของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ล่าช้า นั้น
วันนี้ (30 มีนาคม 2569) นายธวัชชัย เรืองโรจน์ ผู้ช่วยเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า จากข้อมูลประชากรตามการลงทะเบียนสิทธิ พบว่า รพ.อุ้มผาง ดูแลประชากร จำนวน 42,687 คน ในจำนวนนี้ เป็นประชากรสิทธิบัตรทองดูแลโดยกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สปสช. จำนวน 28,243 คน และอีกจำนวน 14,444 คน เป็นประชากรที่รอการพิสูจน์สถานะดูแลโดยกองทุนประกันสุขภาพบุคคลที่มีปัญหาสถานะและสิทธิ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) สำหรับประชากรสิทธิบัตรทองนั้น สปสช.ได้ดำเนินการจ่ายงบประมาณและโอนเงินให้หน่วยบริการตามรายการและรอบการจ่ายอย่างต่อเนื่อง จากรายงานการโอนเงินของ รพ.อุ้มผาง ช่วงวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง วันที่ 30 มีนาคม 2569 พบว่า สปสช. โอนเงินค่าบริการสาธารณสุขให้กับ รพ.อุ้มผาง 55,068,453.71 บาท
นายธวัชชัย กล่าวว่า เงินที่ สปสช.จ่ายให้ รพ.อุ้มผาง ในช่วงดังกล่าว ครอบคลุมหลายหมวดบริการสำคัญ ได้แก่ งบบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค 16,856,757.83 บาท งบบริการผู้ป่วยนอกแบบเหมาจ่ายต่อผู้มีสิทธิ 16,097,190.53 บาท งบค่าใช้จ่ายสำหรับหน่วยบริการในพื้นที่กันดาร เสี่ยงภัย และจังหวัดชายแดน 15,647,428.00 บาท งบบริการผู้ป่วยใน 9,720,621.70 บาท และงบค่าบริการทางการแพทย์ที่เบิกจ่ายในลักษณะงบลงทุน 3,747,947.00 บาท
ผู้ช่วยเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีการจ่ายในหมวดอื่นๆ อีก เช่น ค่าบริการกรณีโรคเฉพาะ 788,330.07 บาท ค่าบริการแพทย์แผนไทย 703,391.46 บาท สวัสดิการรักษาพยาบาลของพนักงานส่วนท้องถิ่น 547,164.20 บาท ค่าบริการไตวายเรื้อรัง 444,840.00 บาท ค่าบริการฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการแพทย์ 180,184.32 บาท ค่าบริการสาธารณสุขเพิ่มเติมสำหรับบริการระดับปฐมภูมิ 100,084.30 บาท ค่าบริการควบคุมป้องกันและรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง 27,571.46 บาท และค่าบริการผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ 7,660.00 บาท
“หากพิจารณาเฉพาะในส่วนสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จะเห็นได้ชัดว่า สปสช. มีการจ่ายงบประมาณให้ รพ.อุ้มผาง อย่างต่อเนื่อง การนำปัญหาสภาพคล่องทั้งหมดของโรงพยาบาลมาเหมารวมว่าเกิดจาก สปสช. จ่ายล่าช้าเพียงปัจจัยเดียว จึงไม่สอดคล้องกับข้อมูลการโอนเงินที่ปรากฏ” นายธวัชชัย กล่าว
ผู้ช่วยเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า รพ.อุ้มผาง เป็นโรงพยาบาลชายแดนที่มีบริบทเฉพาะ ต้องรับภาระดูแลประชากรในพื้นที่ห่างไกล รวมถึงผู้ป่วยข้ามแดนจำนวนไม่น้อย
“ขณะที่ผู้อำนวยการ รพ.อุ้มผาง เองก็ให้ข้อมูลต่อสื่อว่า โรงพยาบาลกำลังเผชิญข้อจำกัดด้านรายได้ ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น และภาระดูแลประชากรทั้งฝั่งไทยและเมียนมา ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยกดดันสถานะการเงินของโรงพยาบาลด้วยเช่นกัน สปสช. พร้อมชี้แจงข้อมูลการจ่ายงบประมาณตามข้อเท็จจริง และยืนยันว่าการดูแลประชาชนสิทธิบัตรทองที่ขึ้นทะเบียนกับ รพ.อุ้มผาง ยังคงได้รับการสนับสนุนงบประมาณตามระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้อย่างมั่นใจ” นายธวัชชัย กล่าว

