เมื่อวันที่ 2 เมษายน เวลา 13.00 น. กลุ่มสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) พรรคสังคมประชาธิปไตยไทย (สปท.) พร้อม ประชาชนจำนวนหนึ่ง ได้รวมตัวกันที่หน้ากระทรวงพลังงานถนนวิภาวดีรังสิต ยื่นหนังสือต่อรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องราคาน้ำที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเรียกร้องขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขวิกฤตปัญหาน้ำมันขาดแคลน ราคาแพง และค่าไฟฟ้า สินค้า ราคาแพง โดยมีนายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย เป็นแกนนำในการยื่นหนังสือในครั้งนี้ โดยมีนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนรับ
โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหา 7 ข้อ คือ ให้ควบคุมราคาพลังงาน, หยุดการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ, เปิดเผยข้อมูลด้านการผลิต, ตรวจสอบตรงกันที่กักตุนน้ำมัน, ให้นายกฯใช้อำนาจพิเศษในการบริหารกิจการพลังงานในสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อควบคุมราคาอย่างจริงจัง, ควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค และยกเลิกสัญญาธาตุในการซื้อไฟแพงจากนายทุนเอกชน
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศของการเคลื่อนขบวนจากกระทรวงแรงงานมาถึงที่ทำเนียบรัฐบาลมีการผลัดกันขึ้นไปปราศรัยจากกลุ่มเครือข่ายต่างๆ เรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการในการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน รวมไปถึงมีการติดป้ายข้อความ เช่นคำว่า แพงนายทุน กักตุนน้ำมัน น้ำมันโคตรแพง ค่าแรงโคตรถูก เพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์
ในตอนหนึ่ง นางอภันตรี เจริญศักดิ์ เป็นรองประธานคณะกรรมการสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) ฝ่ายสตรี กล่าวว่า วันนี้ต้องยอมรับแล้วว่า เราทนไม่ได้แล้ว น้ำมันแพง ข้าวแกงขึ้น วิกฤตศรัทธาของรัฐบาลมีให้รัฐบาลชุดนี้กี่เปอร์เซ็น รับตำแหน่งรัฐบาลเต็มรูปแบบด้วยวิกฤตสถานการณ์โลก แต่สถานการณ์ทุจริตภายในทำให้เรายอมรับไม่ได้
“รัฐบาลรู้ว่าคะแนนการทุจริตประเทศไทย ตกอันดับเหลืออยู่ที่ 33% จากคะแนนเต็ม 100 % อันดับที่ 116 ของโลก จาก 183 ประเทศ วิกฤติการทุจริตไทยหรือวิกฤตความโปร่งใสที่ลดน้อยลง เป็นรากเหง้าของความล้มเหลวของการบริหารของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลยุคไหนก็เอื้อกับนายทุน โดยไม่เห็นหัวประชาชน วันนี้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นจาก 29.99 เป็น 4.74 บาท เพิ่มเป็น 14.80 บาท ในเพียงไม่กี่วัน ทุกคนเดือดร้อนไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร ชาวนา ชาวไร่ กลุ่มแรงงาน โดยเฉพาะเด็กและผู้หญิง” นางอภันตรี กล่าว
นางอภันตรี กล่าวต่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นขอเน้นย้ำในเรื่องของผู้หยิง เด็กและสตรีหรือกลุ่มเปราะบาง ที่ต้องเผชิญความยากลำบาก ทั้งในเรื่องของสาธารณสุขที่เข้าไม่ถึง และการศึกษาที่จะต้องจบลงโดยที่อนาคตเด็กไทยจบลงเพียงแค่นี้ เพราะราคาน้ำมันขึ้น และรัฐบาลไม่มีแผนรองรับในการที่จะแก้ไขปัญหา
“อยากจะให้ทั่วโลกเห็นว่า หลายๆ ประเทศที่เขามีแผนรองรับในวิกฤติครั้งนี้ เขามีกลไกในการที่จะช่วยเหลือครอบครัว ช่วยเหลือประชาชน เพราะฉะนั้นวันนี้ในนามสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย ขอให้รัฐบาลออกมารับผิดชอบ ออกมามีแผนรองรับ กลไกในการที่จะช่วยเหลือ การคุ้มครองแรงงานหญิงไม่ให้ถูกเลิกจ้างในช่วงวิกฤตนี้ หรือช่วยเหลือแบบใดก็ได้ ขอให้เกิดขึ้นภายในเร็ววัน อยากให้สงกรานต์นี้ แรงงานทุกคนกลับไปสู้อ้อมกอดของครอบครัวที่รอคอยอยู่ต่างจังหวัดและวันนี้คาดหวังว่าราคาน้ำมันในช่วงสงกรานต์จะลดเหลือไม่เกิน 30 บาท” นางอภันตรี กล่าว


