สสส.-สคอ.ผนึก มท.-วธ.-ภาคีเครือข่ายทั่วไทย รณรงค์สงกรานต์ ‘ดื่มไม่ขับ คนข้างหลังเป็นห่วง’
วันนี้ (3 เมษายน 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) และภาคีเครือข่าย จัดแถลงข่าว “สงกรานต์นี้ ดื่มไม่ขับ คนข้างหลังเป็นห่วง” ที่ท่ามหาราช เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เพื่อปลุกสติคนไทยหยุดพฤติกรรมเสี่ยง หลังพบอุบัติเหตุทางถนนยังคงคร่าชีวิตประชาชนจำนวนมาก พร้อมย้ำว่าทุกการตัดสินใจหลังดื่ม อาจเปลี่ยน “การกลับบ้าน” ให้กลายเป็นความสูญเสียตลอดชีวิต

นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข คนไทยได้เดินทางกลับบ้านเล่นน้ำสงกรานต์ และการได้ใช้เวลาร่วมกับคนที่เรารัก แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็เป็นช่วงที่มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น สสส. ในฐานะองค์กรด้านการสร้างเสริมสุขภาพ อุบัติเหตุทางถนนถือเป็น “ความสูญเสีย” ที่ส่งผลกระทบต่อครอบครัว ชุมชน และสังคม ซึ่งสามารถป้องกันได้หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงจัง

“จากสถิติอุบัติเหตุช่วงเทศกาลที่ผ่านมา พบว่า กลุ่มเด็กและเยาวชนมีสัดส่วนการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 18.7 ขณะที่ผู้สูงอายุยังคงเป็นกลุ่มเปราะบางที่น่ากังวล โดยพบผู้เสียชีวิตในช่วงอายุ 60-69 ปี เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอุบัติเหตุรุนแรงกว่าร้อยละ 50 ครึ่งหนึ่งมักเกิดขึ้นบนเส้นทางที่คุ้นเคยในระยะไม่เกิน 5 กิโลเมตร จากที่พักอาศัย และมีความเสี่ยงของการฉลองสงกรานต์ ทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน และการดื่มแล้วขับก็ยังคงเป็นปัญหาสำคัญ สสส. จึงขอเชิญชวนทุกครอบครัวร่วมกันสร้างด่านครอบครัว-ด่านชุมชน เพื่อส่งต่อความห่วงใย ตักเตือน ป้องปรามคนในชุมชนและครอบครัว ไม่ให้ดื่มแล้วขับ พร้อมเน้นย้ำการสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งแม้จะเป็นการเดินทางระยะใกล้ เพื่อลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับคนข้างหลัง และร่วมส่งต่อความห่วงใยให้สงกรานต์นี้มีแต่ความสุขและความปลอดภัยอย่างยั่งยืน” นพ.ไพโรจน์ กล่าว
รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สงกรานต์นี้ได้ขับเคลื่อนการทำงานผ่านเครือข่ายจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และชุมชนทั่วประเทศ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างเป็นรูปธรรม แนวทางที่ขับเคลื่อน ได้แก่ 1.สร้างพื้นที่ต้นแบบชุมชนปลอดภัย 2.สนับสนุนด่านชุมชนช่วยคัดกรองกลุ่มเสี่ยง 3.ทำงานเชิงรุกก่อนเกิดเหตุ ไม่ใช่แค่หลังเกิดเหตุ แนวคิดการรณรงค์ในปีนี้ ดื่มไม่ขับ คนข้างหลังเป็นห่วง เพราะพฤติกรรมเสี่ยง โดยเฉพาะการดื่มแล้วขับยังคงเกิดขึ้น สสส.จึงใช้แนวทางสื่อสาร ใช้ความรู้สึกเป็นจุดเชื่อมสำคัญ ผ่านคำว่า “คนข้างหลัง” ซึ่งหมายถึงคนในครอบครัว คนรัก หรือคนที่รออยู่ที่บ้าน เพื่อกระตุ้นให้ผู้ขับขี่ตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับคนรอบข้าง หยุดเสี่ยงเมื่อนึกถึงคนที่รออยู่ข้างหลัง จึงขอเชิญชวนภาคีเครือข่ายร่วมสร้างวัฒนธรรมสงกรานต์วิถีไทย สร้างพื้นที่เล่นน้ำปลอดภัย-ปลอดเหล้า ลด ละ เลิกพฤติกรรมเสี่ยง โดยเฉพาะการดื่มแล้วขับ เพื่อให้ทุกคนได้กลับบ้านพร้อมหน้ากันอย่างปลอดภัย

นายดุสิต ศิริวราศัย ผู้อำนวยการกองบูรณาการความปลอดภัยทางถนน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) กล่าวว่า ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ปี 2568 พบว่า เกิดอุบัติเหตุ 1,538 ครั้ง เสียชีวิต 253 ราย และบาดเจ็บ 1,495 คน มีสาเหตุหลัก ได้แก่ ขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ และตัดหน้ากระชั้นชิด ขณะที่รถจักรยานยนต์ยังเป็นพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดกว่าร้อยละ 80 ทั้งนี้ รัฐบาลกำหนดให้เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงควบคุมเข้มข้นด้านความปลอดภัยทางถนน โดยมีมาตรการสำคัญในปี 2569 ประกอบด้วย 1.ตั้งจุดตรวจ จุดบริการ และด่านชุมชน เพื่อคัดกรองพฤติกรรมเสี่ยง เช่น เมาแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรภัย และขับรถเร็ว 2.บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะความผิดหลัก เช่น ดื่มแล้วขับ ขับรถเร็วเกินกำหนด และไม่คาดเข็มขัดนิรภัย/ไม่สวมหมวกกันน็อก 3.อำนวยความสะดวกและช่วยเหลือประชาชน ทั้งเส้นทางหลัก เส้นทางรอง และพื้นที่เสี่ยง 4.เตรียมความพร้อมด้านการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้ประสบเหตุได้อย่างทันท่วงที
น.ส.วราพรรณ ชัยชนะศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรม เตรียมจัดงานสงกรานต์ ปี 2569 ภายใต้แนวคิด “สงกรานต์บ้านฉัน สีสันไทไทย สุขไกลทั่วโลก” เพื่อยกระดับเทศกาลสงกรานต์ไทยสู่ระดับนานาชาติ ควบคู่การสืบสานคุณค่าอัตลักษณ์ในฐานะมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ โดยบูรณาการความร่วมมือจาก 30 หน่วยงาน ใน 4 มิติหลัก ได้แก่ มิติด้านวัฒนธรรม มิติด้านเศรษฐกิจ มิติด้านสังคม มิติด้านสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการจัดกิจกรรมที่สะท้อนคุณค่าประเพณีอย่างถูกต้อง ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครอบครัว ชุมชน และประชาชนทุกช่วงวัย ควบคู่การพัฒนาต่อยอดสู่มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว พร้อมสื่อสารภาพลักษณ์สงกรานต์ไทยผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์ โดยจัดกิจกรรมในพื้นที่ที่มีอัตลักษณ์โดดเด่น 18 จังหวัด และในกรุงเทพฯ 50 วัด 50 เขต เพื่อผลักดันสงกรานต์วิถีไทยสู่เทศกาลระดับโลก พร้อมขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

ขณะที่ นายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการ สคอ.กล่าวว่า สงกรานต์ปีนี้ สคอ.ให้ความสำคัญกับพลังของคนในพื้นที่ โดยมีนักสื่อสารรณรงค์ในหลายจังหวัดช่วยเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร พร้อมทั้งผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อวิทยุ และสื่อออนไลน์ เพื่อเป็นกระบอกเสียงของความห่วงใยการสื่อสารเน้นให้เข้าถึง เข้าใจ และเปลี่ยนพฤติกรรม ผ่านช่องทางชุมชน เช่น หอกระจายข่าว เสียงตามสาย วิทยุชุมชน และสื่อออนไลน์ ภายใต้แนวคิดดื่มไม่ขับ คนข้างหลังเป็นห่วง โดยต้องการให้ประชาชนไม่ใช่เพียง “ผู้รับสาร” แต่เป็น “ผู้ส่งสาร” ร่วมกันช่วยเตือนภัย เพราะ 1 เสียงของคุณ อาจช่วยหยุด 1 อุบัติเหตุได้ “คนข้างหลัง” ไม่ใช่แค่คำพูด แต่คือ พ่อ แม่ ลูก คนรัก และครอบครัวที่รอการกลับบ้านอย่างปลอดภัย และอุบัติเหตุจากการดื่มแล้วขับไม่ได้จบแค่ในที่เกิดเหตุ แต่ทิ้งความเจ็บปวดไว้กับครอบครัวในระยะยาว


