กลุ่มหนัดกินผัก เตรียม จัดงานยกระดับมาตรฐานกัญชาไทย สะท้อนปัญหา กัญชาทางการแพทย์ ที่ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน
วันที่ 21 เมษายน นายณัฐวัฒน์ อรรถสวัสดิ์ หรือ “จานนัท” ผู้ก่อตั้งเทศกาล “หนัดกินผัก” เปิดเผยว่า กลุ่มหนัดกินผัก จะมีการ จัดงาน Nudkinpuk Flower Competition 2nd 2026 Presented by Athena Thailand ณ ช่างชุ่ย Creative Park เปิดพื้นที่กลางของวงการกัญชาไทย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ครบทุกมิติ ชูแนวคิด “คุณภาพดอก” สู่มาตรฐานสากล

นายณัฐวัฒน์ กล่าวว่า งาน Nudkinpuk Flower Competition 2nd 2026 Presented by Athena Thailand ก่อตั้งเป็นปีที่ 6 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-14 มิถุนายน 2569 ณ ช่างชุ่ย Creative Park กรุงเทพมหานคร โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้าง “พื้นที่กลาง” ของวงการกัญชาไทย เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องจากหลากหลายภาคส่วนได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และยกระดับความเข้าใจเรื่อง “คุณภาพของดอก” ในทุกมิติ
นายณัฐวัฒน์ กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้มุ่งเน้นการผลักดันมาตรฐานคุณภาพดอกกัญชาให้ครอบคลุมมากกว่าความแรง ทั้งในด้านกลิ่น (terpene) รสชาติ มาตรฐานการปลูก และการใช้งานในบริบทต่าง ๆ พร้อมสร้างการรับรู้ต่ออาชีพ “นักปลูกกัญชา” (cultivator) ในฐานะอาชีพที่ต้องใช้ทักษะและประสบการณ์เฉพาะทาง

ภายในงานแถลงข่าวมีไฮไลต์สำคัญ อาทิ เวิร์กช็อป “TASTE. TERP. TRUTH.” ที่จะพาผู้เข้าร่วมเรียนรู้มาตรฐานการประกวดดอก สนับสนุนการประกวดดอกมาตรฐาน โดย GUNKUL SMART FARMING ในระดับสากล ผ่านการทดลองชิม วิเคราะห์ terpene และจำลองกระบวนการให้คะแนนจริง โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ทั้งด้านการปลูก พันธุกรรม และเทคโนโลยีการบ่ม ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงลึก โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ เค-DrHighThai นักปลูกกว่า 20 ปี จาก Hydro สู่ Living Soil และ Organic
มองคุณภาพผ่านสายพันธุ์ ระบบปลูก และรายละเอียดของดอกในทุกขั้นตอน ชิน -Eclipse Genetics
ทำงานด้าน genetics และการคัดเลือก phenotype เพื่อหาคาแรกเตอร์ของดอก มองสายพันธุ์เป็นจุดตั้งต้นของคุณภาพและความแตกต่าง หนุ่ย- Hightable Bangkok เชื่อมกัญชากับอาหารและประสบการณ์บนโต๊ะ
มองดอกเป็นผลงานที่สะท้อนตัวตนของผู้ปลูก คริส-Terploc / Grove Bags นักชิมและผู้พัฒนาเทคโนโลยีการบ่ม เน้นการรักษา terpene และอ่านคุณภาพผ่านกลิ่น รส และความสะอาด

นายณัฐวัฒน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีเวที Open Forum “เวทีนี้ไม่มีพี่เลี้ยง พื้นที่แห่งความเห็นที่ไม่จำเป็นต้องตรงกัน” เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากตัวแทนภาควิชาการ การแพทย์ เกษตรกร และผู้ประกอบการ โดยวิทยากรที่มีความรู้ตรง ประกอบด้วย นักเคมี ผู้เชี่ยวชาญด้านการสกัด แพทย์แผนไทย ตัวแทนเขียนอนาคตกัญชาไทย ตัวแทนเกษตรกร และตัวแทนผู้ประกอบการฟาร์ม
นายณัฐวัฒน์ กล่าวว่า งานนี้ ยังมีประเด็นเสวนาทางวิชาการเกี่ยวกับกัญชา ที่น่าสนใจ คือ เช่น แนวโน้มกัญชาหลัง “กัญชาทางการแพทย์” เส้นแบ่งระหว่างการใช้ทั่วไปและการรักษา โครงสร้างและการเข้าถึง
บทบาทของแต่ละภาคส่วนในอนาคต ทั้งนี้เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ทิศทางของกัญชาไทยในช่วงเปลี่ยนผ่าน ครอบคลุมประเด็นสำคัญ ทั้งแนวโน้มกัญชาหลังยุคการแพทย์ เส้นแบ่งการใช้งาน และโครงสร้างการเข้าถึงในอนาคต
ขณะเดียวกัน ภายในงานยังผสานกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมและดนตรี เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ของวงการกัญชาไทยในมิติร่วมสมัย และสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้เข้าร่วมงานช่วงท้ายของวัน งานจะเปลี่ยนจากบทสนทนาสู่การเฉลิมฉลองวัฒนธรรม 4/20 พร้อมดนตรี sound system โดย MUANGAEK SOUNDSYSTEM-กลุ่ม DJ และ selector ที่ขับเคลื่อนวัฒนธรรม reggae sound system ในไทย
6V6T6rrr (Avatar)-ศิลปิน Modular Synthesizer
นายณัฐวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับ การเสวนาเรื่อง กัญชาทางการแพทย์ กลายเป็นเวทีสะท้อนความเห็นที่แตกต่างจากทั้งนักวิชาการและผู้ประกอบการ ท่ามกลางบริบทประเทศไทยปี 2569 ที่นโยบายกัญชายังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน และเต็มไปด้วยข้อถกเถียงทั้งในเชิงนิยาม การใช้งาน และผลกระทบเชิงโครงสร้าง
ประเด็นสำคัญอยู่ที่ความหมายของคำว่า “กัญชาทางการแพทย์” ซึ่งยังไม่มีข้อสรุปร่วมกันอย่างชัดเจน มองว่า แนวคิดดังกล่าวเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และสอดคล้องกับระบบสาธารณสุขในหลายประเทศทั่วโลก อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตในอีกมุมว่า การจำกัดกัญชาไว้เฉพาะทางการแพทย์ อาจไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคจริง โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้ในเชิงสันทนาการ พร้อมชี้ว่าแนวทางนโยบายดังกล่าวอาจมีปัจจัยทางการเมืองและผลประโยชน์ของกลุ่มทุนเข้ามาเกี่ยวข้อง

นายณัฐวัฒน์ กล่าวว่า แม้จะมีความเห็นที่หลากหลาย หลายคนมีความเห็นตรงกันว่า เมื่อกัญชาถูกกำหนดให้อยู่ในกรอบทางการแพทย์อย่างเป็นทางการ ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องปรับตัว ทั้งผู้บริโภคที่ต้องเข้าใจกฎหมายใหม่ ผู้ประกอบการที่ต้องยกระดับมาตรฐานการผลิต และภาครัฐที่ต้องทำความเข้าใจและบังคับใช้กฎระเบียบอย่างถูกต้อง ในมิติทางธุรกิจ ผู้ประกอบการมองว่าการยกระดับกัญชาเข้าสู่มาตรฐานทางการแพทย์ จะเป็นโอกาสสำคัญในการขยายตลาด โดยเฉพาะการส่งออก เนื่องจากเป็นรูปแบบที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ แม้ภายในประเทศยังมีข้อถกเถียงเรื่องรูปแบบการใช้ รวมทั้งข้อคิดเห็นที่ว่า ทิศทางของกัญชาในประเทศไทยยังขึ้นอยู่กับโครงสร้างอำนาจที่ประชาชนมีข้อจำกัดในการกำหนด ดังนั้น การปรับตัวให้สอดรับกับนโยบายจึงเป็นปัจจัยสำคัญ เพื่อความอยู่รอดของทั้งผู้ประกอบการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระยะยาว

