สธ.โชว์ผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์รักษา ‘นิ่วในถุงน้ำดี’ ข้ามปท.ครั้งแรก! เชื่อมไทย–จีน กว่า 2,000 กม.
วันนี้ (21 เมษายน 2569) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดมิติใหม่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการแพทย์ ด้วยความสำเร็จของการผ่าตัดหุ่นยนต์ทางไกล (Tele robotic-asisted surgery) ในผู้ป่วยจริงเป็นครั้งแรก รักษาโรคนิ่วในถุงน้ำดี ผ่านเทคโนโลยีขั้นสูง เชื่อมโยงการผ่าตัดระหว่างโรงพยาบาล (รพ.) นพรัตนราชธานี กรมการแพทย์ ณ ประเทศไทย และ West China Hospital เมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน ในระยะทางกว่า 2,000 กิโลเมตร ยกระดับการรักษาไร้พรมแดน เข้าถึงผู้เชี่ยวชาญระดับโลก

ทั้งนี้ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการ สธ. กล่าวว่า นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย ที่ได้เห็นความสำเร็จของการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ทางไกลในผู้ป่วยจริงเป็นครั้งแรกซึ่งเป็นการรักษาโรคนิ่วในถุงน้ำดี โดยเชื่อมโยงการทำงานระหว่างประเทศ ความสำเร็จในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีแต่สะท้อนถึงทิศทางสำคัญ ในการยกระดับระบบบริการสุขภาพของประเทศ ซึ่ง สธ.มีนโยบายชัดเจน ที่จะขับเคลื่อนการแพทย์ด้วยหุ่นยนต์ Robotic Assisted Medicine เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดภาวะแทรกซ้อน และลดระยะเวลาการฟื้นตัวของผู้ป่วยโดยครอบคลุมทั้งด้านการผ่าตัดและการฟื้นฟูสมรรถภาพ

นายพัฒนา กล่าวว่า ในระยะต่อไปจะเร่งดำเนินการตามแผนสำคัญ เช่น 1.การจัดตั้งศูนย์ผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ ในสังกัด สธ. อย่างน้อย 10 แห่งทั่วประเทศ 2.การเพิ่มจำนวนผู้เข้าถึงบริการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ ให้ได้มากกว่า 2,000 รายต่อปี 3.การพัฒนาระบบส่งต่อแบบไร้รอยต่อ และขยายองค์ความรู้สู่โรงพยาบาลทุกระดับ 4.การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และต่อยอดสู่การใช้เทคโนโลยี Tele-surgery อย่างเป็นรูปธรรม 5.การกระจายบริการสู่ภูมิภาค เพื่อให้ประชาชนทุกพื้นที่เข้าถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ ได้อย่างทั่งถึงและเท่าเทียม
“เชื่อมั่นว่า เทคโนโลยี Robotic Assisted Medicine จะเป็นหนึ่งใน เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่ ด้านการแพทย์มูลค่าสูงของประเทศและจะช่วยยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ระดับนานาชาติได้” นายพัฒนา กล่าว

ด้าน นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า กรมการแพทย์ได้มีการนำเทคโนโลยีการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic-assisted surgery) มาให้บริการผู้ป่วยตั้งแต่ปี 2564 โดยเริ่มให้บริการที่ รพ.ราชวิถีเป็นแห่งแรก ซึ่งมีจำนวนผู้รับบริการสะสม ตั้งแต่ปี 2564 ถึงปัจจุบัน รวมแล้วกว่า 1,300 ราย และเมื่อเดือนธันวาคม 2568 ได้ขยายการบริการไปยัง รพ.นพรัตนราชธานี
“สำหรับในปี 2569 ทั้ง 2 โรงพยาบาลได้ให้บริการในเดือนมกราคม 42 ราย เดือนกุมภาพันธ์ 37 ราย และเดือนมีนาคม 49 ราย รวมแล้ว 128 ราย นอกจากนี้ ยังมี รพ.มหาราชนครราชสีมา ที่ให้บริการตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 จำนวน 36 ราย โดยกรมการแพทย์มีแผนจะเปิดให้บริการอีก 4 โรงพยาบาล ได้แก่ รพ.สงฆ์รพ.เลิดสิน สถาบันมะเร็งแห่งชาติ และสถาบันโรคทรวงอก” นพ.ณัฐพงศ์ กล่าว

นพ.ณัฐพงศ์ กล่าวว่า โดยสิทธิในการรักษา คนไข้จะสามารถเลือกได้ว่าจะผ่าตัดแบบไหน ทั้งแบบธรรมดา แบบส่องกล้อง หรือแม้กระทั่งการใช้หุ่นยนต์ ซึ่งใช้ระยะเวลาเท่ากันในการผ่าตัด การเตรียมตัวเหมือนกัน แตกต่างในเรื่องความสะดวก เรื่องค่าใช้จ่าย เรื่องการฟื้นตัว
“ข้อดี คือ เหมือนกับการผ่าตัดเล็ก จะมีแผลแค่ประมาณ 3 รู กล้องขยายเป็น 10 เท่า 3 มิติ สามารถส่องเข้าไปสู่ที่ลึกได้ ช่วยลดการบาดเจ็บ เสียเลือดน้อย คนไข้สามารถพักฟื้นและฟื้นตัวได้เร็ว แต่ก็มีข้อจำกัด คือ ต้องไม่เป็นเคสที่ซับซ้อนมากเกินไป ในบางพื้นที่ที่ต้องผ่านอวัยวะสำคัญก็จะใช้เป็นการผ่าตัดแบบเล็ก แผนในอนาคตก็จะมีการยื่นการผ่าตัดในระบบสืบพันธุ์เพศหญิงเพิ่ม เช่น การผ่าตัดมดลูก (Hysterectomy) หรือการตัดรังไข่” นพ.ณัฐพงศ์ กล่าว

