กรมควบคุมโรค โต้ข่าว ‘โรงงานชลบุรี’ เป็นสาเหตุแพร่เชื้อตับอักเสบเอ ย้ำยังหาที่มาไม่พบ
ตามที่มีการระบาดของโรคไวรัสตับอักเสบเอในพื้นที่ภาคตะวันออก พบผู้ป่วยกระจายในหลายจังหวัด โดยเฉพาะใน จ.ชลบุรี ซึ่งจากการสอบสวนโรคเบื้องต้น พบผู้ป่วยอายุระหว่าง 5-67 ปี ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไปและพนักงานบริษัทหลายแห่ง ขณะนี้ยังไม่พบรายงานการระบาดเป็นกลุ่มก้อนเพิ่มเติม
จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า “โรงงานแห่งหนึ่งเป็นแหล่งต้นตอของการระบาด” นั้น กรมควบคุมโรคขอชี้แจงว่าเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง โดยข้อเท็จจริงคือ ภายหลังมีรายงานผู้ป่วยในพื้นที่ รวมทั้งตรวจพบผู้ป่วยในโรงงานดังกล่าว จึงได้มีการขยายการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก (active case finding) มากขึ้น ทำให้พบผู้ป่วยเพิ่มเติม
ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 เมษายน นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์ในพื้นที่และข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนี้ ยังไม่พบหลักฐานที่ยืนยันว่าโรงงานเป็นแหล่งต้นตอของการระบาด ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคได้ส่งทีมสอบสวนโรคร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเร่งค้นหาแหล่งโรคที่แท้จริงต่อไป ทั้งนี้ ทีมปฏิบัติการสอบสวนควบคุมโรคได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างน้ำ น้ำแข็ง และอาหาร รวมถึงสิ่งแวดล้อมภายในโรงงานรวม 20 ตัวอย่าง เพื่อตรวจทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งผลไม่พบการปนเปื้อนเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ และจากการประเมินระบบพบว่าโรงงานมีการดูแลด้านสุขาภิบาลอย่างเป็นระบบ มีการคัดกรองสุขภาพผู้ประกอบอาหาร และตรวจสุขภาพพนักงานอย่างสม่ำเสมอ โดยไม่พบผู้ติดเชื้อในกระบวนการดังกล่าว
“ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุแหล่งรังโรคที่แน่ชัดได้ โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบสวนโรคเพิ่มเติม ทั้งในโรงงานและชุมชนโดยรอบ เพื่อค้นหาความเชื่อมโยงของการเกิดโรค รวมถึงประเมินปัจจัยเสี่ยงด้านการบริโภคอาหาร น้ำดื่ม สุขอนามัยส่วนบุคคล และสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปสู่การกำหนดมาตรการควบคุมโรคอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ” นพ.มณเฑียรกล่าว
ด้าน นพ.ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด ภายใต้หลัก “สุก ร้อน สะอาด” ซึ่งเป็นมาตรการพื้นฐานที่สามารถลดความเสี่ยงของการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ หลีกเลี่ยงอาหารดิบหรือสุกๆ ดิบๆ และในกรณีที่อาหารปรุงไว้เกิน 2 ชั่วโมง ควรอุ่นให้ร้อนทั่วถึงก่อนรับประทานทุกครั้ง และล้างมือด้วยน้ำและสบู่ให้สะอาดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ
นพ.ดิเรกระบุว่า กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลจากแหล่งทางการ และไม่หลงเชื่อหรือแชร์ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน เพื่อลดความสับสนในสังคม หากมีอาการเข้าข่าย เช่น ไข้ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ ตัวเหลือง ตาเหลือง ควรรีบพบแพทย์ใกล้บ้านหรือสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422

