เมื่อวันที่ 24 เมษายน นายอมรินทร์ นิ่มนวล ประธานชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลมีการสนับสนุนค่าป่วยการให้กับ อสม. เป็นเงินเดือนละ 2,000 บาท ตนมองว่าค่าตอบแทนดังกล่าวถือเป็นดาบสองคม เนื่องจากบทบาทของ อสม. เป็นงานจิตอาสาโดยแท้จริง ทั้งนี้ ที่ผ่านมา อสม.ไม่เคยมีการเรียกร้องเรื่องค่าป่วยการ เพราะหากมีการเรียกร้องอาจกระทบต่อหลักการของการเป็นจิตอาสา อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลพิจารณาให้การสนับสนุนเพิ่มเติม ก็ถือเป็นสิ่งที่ช่วยบรรเทาภาระการทำงานได้ โดยเฉพาะในภาวะที่ค่าครองชีพและราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น
ในประเด็นการเบิกจ่ายค่าป่วยการ 2,000 บาท นายอมรินทร์ ยืนยันว่า ขณะนี้ไม่พบปัญหาการตกเบิก โดยระบบ อสม. แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.อสม.ที่ผ่านการอบรมและขึ้นทะเบียนแล้ว 2.ผู้ผ่านการอบรมและรอขึ้นทะเบียน และ 3.อสม.ที่มีอายุมากหรือไม่สามารถปฏิบัติงานได้แล้ว ซึ่งกลุ่มหลังยังคงสถานะความเป็น อสม. แต่สมัครใจไม่รับค่าตอบแทน เราเปิดโอกาสให้ อสม.ที่ทำงานมานานยังคงมีบทบาทในเชิงจิตอาสา แม้จะไม่รับค่าตอบแทน เพื่อไม่ให้กระทบต่อความรู้สึกและคุณค่าของการทำงานที่ผ่านมา
นายอมรินทร์ กล่าวว่า สำหรับจำนวน อสม.ทั่วประเทศ ปัจจุบันมีประมาณ 1,040,000 คน โดยในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน บางจังหวัดมีจำนวน อสม.เพียงพอต่อภารกิจ ขณะที่บางพื้นที่ยังขาดแคลน ส่งผลให้ภาระงานไม่เท่ากัน อย่างใน จ.ชลบุรี ที่ตนอยู่นั้น มี อสม.ประมาณ 14,000 คน ซึ่งต้องดูแลประชาชนจำนวนมาก เมื่อเทียบกับบางจังหวัดที่มี อสม.มากกว่า 20,000 คน แต่มีจำนวนครัวเรือนน้อยกว่า ทำให้ อสม.ในบางพื้นที่ต้องรับภาระงานหนักกว่า อย่างไรก็ตาม ภาพรวมยังสามารถให้บริการได้ครอบคลุม และยังไม่พบข้อร้องเรียนในระดับประเทศ ในส่วนของการรับสมัคร อสม.เพิ่มเติมนั้น ปัจจุบันยังไม่มีการเปิดรับในลักษณะขยายจำนวน แต่จะเป็นการรับทดแทนในกรณีที่ อสม.เดิมเสียชีวิตหรือยุติบทบาท โดยแต่ละพื้นที่สามารถดำเนินการอบรมและคัดเลือกบุคคลเข้ามาทดแทนได้ตามความเหมาะสม
ทั้งนี้ นายอมรินทร์ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่ อสม.กำลังรอคอย คือ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อสม. ซึ่งจะเป็นกรอบกฎหมายกำหนดมาตรฐานการทำงานและโครงสร้างองค์กรให้ชัดเจนมากขึ้น โดยที่ผ่านมา มีหลายพรรคการเมืองและหลายหน่วยงานร่วมเสนอร่างกฎหมายดังกล่าว โดย ร่าง พ.ร.บ.อสม. เคยมีความคืบหน้าในสมัยรัฐบาลก่อน โดยเฉพาะช่วงที่มีการผลักดันอย่างชัดเจน แต่ต้องชะงักไปจากการยุบสภา อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันรัฐบาลยังคงมีนโยบายสานต่อ และสามารถนำร่างเดิมกลับมาพิจารณาในชั้นกรรมาธิการได้ โดยอาจมีการปรับปรุงบางมาตราให้เหมาะสม
“การมีกฎหมายรองรับจะช่วยให้การทำงานของ อสม. ซึ่งมีสมาชิกกว่าล้านคน มีความชัดเจนมากขึ้น และลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต” นายอมรินทร์ กล่าว
เมื่อถามถึงความคาดหวังต่อรัฐบาลชุดปัจจุบัน นายอมรินทร์ กล่าวว่า อสม.ต้องการเห็นการผลักดันร่าง พ.ร.บ.อสม. ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว โดยมีสัญญาณจากฝ่ายบริหารว่าต้องการให้กฎหมายดังกล่าวเสร็จสิ้นภายในปี 2570 ถือเป็นความหวังของ อสม.ทั่วประเทศ ที่อยากเห็นกฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้น เพื่อเป็นหลักประกันในการทำงานระยะยาว

