กับดักนายจ้างไทย ‘โรคติดแรงงานต่างด้าว’ เน้นประหยัด-ไร้สวัสดิการ-ไม่ลาบ่อย

29.04.26 | 09:09 น.

ท่ามกลางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยหลังวิกฤตหลายระลอก “แรงงานต่างด้าว” ยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนภาคการผลิต โดยปัจจุบันประเทศไทยมีแรงงานข้ามชาติในระบบและนอกระบบรวมกันหลายล้านคน หรือเคยแตะระดับราว 3-4 ล้านคน ในบางช่วงเวลา สะท้อนการพึ่งพาที่ฝังลึกในโครงสร้างเศรษฐกิจไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังของตัวเลขดังกล่าว ไม่ได้สะท้อนเพียง “ความจำเป็นทางเศรษฐกิจ” แต่ยังชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ทั้งในด้านผลิตภาพแรงงาน การแข่งขันของอุตสาหกรรม และการปรับตัวของผู้ประกอบการไทย “มติชน” สัมภาษณ์ ดร.ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย เพื่อถอดรหัสว่า แรงงานต่างด้าวเป็น “ทางรอด” ของเศรษฐกิจไทย หรือกำลังกลายเป็น “กับดัก” ที่ฉุดรั้งการพัฒนาในระยะยาว

ดร.ยงยุทธกล่าวว่า หากพิจารณาในมิติของการพึ่งพาแรงงาน จะพบว่ามีความแตกต่างกันไปในแต่ละอาชีพ แต่มีจำนวนที่ลดลงจากเดิมประมาณ 3 ล้านคน อีกทั้งในช่วงวิกฤตบริเวณชายแดน กิจการบางส่วนในจังหวัดชายแดนต้องปิดตัวลง ส่งผลให้แรงงานบางกลุ่มหายไป โดยเฉพาะแรงงานตามฤดูกาล (Seasonal Worker) ซึ่งมีอยู่ราว 1 แสนคน ที่ปกติจะเข้ามาทำงานในช่วงฤดูกาล เช่น เก็บผลไม้ หรือฤดูเกี่ยวข้าว ทั้งนี้แรงงานกลุ่มดังกล่าวยังไม่สามารถเดินทางเข้ามาได้ในระยะหนึ่ง เนื่องจากมีการปิดด่านชายแดน ทำให้ระดับการพึ่งพาแรงงานลดลง อย่างไรก็ตาม แรงงานที่มีอยู่ยังคงต่ออายุการทำงานอย่างต่อเนื่อง และประเทศไทยยังคงพึ่งพาแรงงานกลุ่มนี้ในสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง โดยกลุ่มแรงงานที่มีจำนวนมาก หลักๆ ก็เกี่ยวข้องกับการแปรรูปอาหาร การเกษตร ก่อสร้าง ซึ่งสาขาก่อสร้างก็มีจำนวน 2-3 แสนคน มีคนเข้าออกอยู่ตลอด แต่สาขาอื่นก็อยู่แถวจังหวัดสมุทรสงคราม สมุทรสาคร ชลบุรี แล้วแต่สัญชาติ เช่น กัมพูชา ก็ทำงานในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับประมง ซึ่งก็เชื่อว่าส่วนหนึ่งคงกลับบ้านกันไปพอสมควรแล้ว ส่วนที่อยู่ก็เป็นคนที่เขาต่อทะเบียน ทั้งนี้ แรงงานทั้งหมดอยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน โดยแรงงานต่างด้าวที่ขึ้นทะเบียนมีประมาณ 40% ซึ่งได้รับสวัสดิการค่อนข้างดี ขณะที่อีก 60% เป็นแรงงานที่ได้รับอนุมัติตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งมีการอนุมัติเป็นประจำ กลุ่มที่อยู่ในระบบกฎหมายอย่างถูกต้องจะได้รับสิทธิด้านค่าจ้างและประกันสังคมตามที่กฎหมายกำหนด

“ประเด็นอยู่ตรงในกลุ่มที่อนุมัติโดยการต่อทะเบียนมติ ครม. กลุ่มนี้ก็จะมีลักษณะของการเปลี่ยนนายจ้างรวมเข้ามาอยู่ด้วย และสัญญาที่ติดอยู่มักจะเป็นสัญญาระยะสั้น แบบปีต่อปี นายจ้างก็คงจะเอาเปรียบเขาตรงที่ไม่ได้เป็นพนักงานประจำ ก็จะอยู่ในฐานของค่าจ้างขั้นต่ำ ลูกจ้างรายวัน และเมื่อเป็นลูกจ้างรายวัน สวัสดิการก็จะไม่มี ในเรื่องการรักษาพยาบาล เวลาเจ็บป่วยก็อาจจะไม่ค่อยดีนัก ความยั่งยืนในอาชีพไม่มี แต่มีความจำเป็นที่จะต้องจ้างเขาอยู่ ก็รู้สึกว่าแรงงานต่างด้าวกลุ่มนี้เสียเปรียบ แต่เราก็ยังไม่สามารถเอาเขาเข้ามาในระบบได้ทั้งหมด” ดร.ยงยุทธกล่าว

ดร.ยงยุทธกล่าวต่อว่า ประเทศไทยมีการพึ่งพาแรงงานต่างด้าวมาอย่างยาวนาน จนเกิดลักษณะเชิงโครงสร้างที่ทำให้แรงงานไทยไม่ต้องการเข้าสู่อาชีพบางประเภท เนื่องจากแรงงานต่างด้าวได้เข้ามาแทนที่ในพื้นที่งานเหล่านั้นเกือบทั้งหมด อย่างไรก็ตาม การจ้างงานแรงงานต่างด้าว จะพบว่ามีเรื่องการกดค่าแรงอย่างชัดเจน เนื่องจากแรงงานจำนวนมากอยู่ในระดับค่าจ้างขั้นต่ำ และนายจ้างยังสามารถเข้าถึงแรงงานกลุ่มนี้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแรงงานที่เข้ามาตามข้อตกลง (MOU) ซึ่งอยู่ในระบบ ทำให้ตลาดแรงงานแยกออกเป็น 2 ส่วน คือ ตลาดแรงงานไทยและตลาดแรงงานต่างด้าวอย่างชัดเจน แต่ประเด็นอยู่ตรงที่อุตสาหกรรมของประเทศไทย ที่ขึ้นค่าจ้างไม่ได้ส่วนหนึ่งไม่ได้เป็นเพราะแรงงานต่างด้าวอย่างเดียว แต่เป็นเพราะผู้ประกอบการเป็น “โรคติด” คือ ติดแรงงานต่างด้าว ติดของถูก และยังหาจ้างได้อยู่ เหมือนกับว่าเขาไม่ได้คิดจะเปลี่ยนกระบวนการอะไรให้กับคนไทย แทนที่จะปรับสภาพการทำงานให้เขา ให้อยู่อย่างดี มีคุณภาพชีวิต เขาก็จะมาทำ นอกจากนั้น ยังมีปัจจัยด้านพฤติกรรมแรงงาน โดยแรงงานไทยมักมีลักษณะการทำงานที่ลาหยุดบ่อยหรือไม่ต่อเนื่อง ขณะที่แรงงานต่างด้าวมีต้นทุนการเดินทางกลับประเทศสูง จึงมุ่งทำงานต่อเนื่องเพื่อเก็บออม ส่งผลให้นายจ้างมีแนวโน้มเลือกจ้างแรงงานต่างด้าวมากกว่า ซึ่งค่าจ้างสวัสดิการก็ไม่จำเป็นที่จะต้องขึ้น สิ่งต่างๆ พวกนี้เขาเอาตัวรอดมาได้โดยตลอด ก็เลยเป็นโรคติดแรงงานต่างด้าวไปแล้ว ตนเองควรทำให้ตนมีความสามารถในการจ่ายให้สูงขึ้น ด้วยการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี คนทำงานจะน้อยลง ค่าจ้างก็จะเพิ่มสูงขึ้น ผลทดแทนในการประกอบกิจการที่สูงขึ้น

ทางออกของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ดร.ยงยุทธเผยว่า ปัญหาเศรษฐกิจตอนนี้ เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างส่วนหนึ่ง ที่ไทยกำลังย่ำแย่อยู่ในขณะนี้ เพราะสร้างประสิทธิภาพการทำงานของกลุ่มอุตสาหกรรมไม่ได้ เราไม่ยอมเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยี ใช้นวัตกรรมใหม่ๆ ใช้อยู่แต่แรงงานตลอดกาล ไม่ปรับเปลี่ยนโครงสร้างอะไรเลย ตอนนี้เราก็สู้ใครเขาไม่ได้ สู้ประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้ เลยทำให้ติดกับดักอยู่แบบนี้ ทางออก คือ ลดการพึ่งพาแรงงานต่างด้าว อะไรที่ปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตได้ ที่ใช้คนน้อยลงก็ต้องทำ มีบางอย่างที่เป็นเรื่องที่เราต้องใช้ คือ การเกษตร แม้แต่การเกษตรเองก็ยังสามารถคิดเทคโนโลยีง่ายๆ มาใช้ได้ แต่ก็จะมีจุดที่ว่า ประเทศเราเอง ผู้สูงอายุเยอะและเขาไม่ค่อยมีรายได้ หรือเกษตรกรที่เป็นรายได้เสริมมันไม่มี เพราะรายได้เสริมทั้งหลายถูกทดแทนโดยต่างด้าว 4 ล้านคน ปล่อยเข้ามาเยอะเกินไปจนควบคุมไม่ได้ ฉะนั้นกรรมการบริหารแรงงานต่างด้าวก็ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพเท่าไหร่ ย้ำว่า บ้านเมืองต้องการ การปรับโครงสร้าง ควรจะถึงคราวที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกระตุ้นจูงใจภาคธุรกิจ ในการที่เขาจะปรับโครงสร้าง เพื่อในระยะยาวจะได้ไม่ต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าว ตอนนี้พึ่งพาแรงงานต่างด้าวคุณภาพสูง เป็นเรื่องธรรมดา

Advertisement

ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนชัดว่า “แรงงานต่างด้าว” ไม่ใช่เพียงแรงงานทดแทนในภาคการผลิต แต่เป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางเศรษฐกิจไทยในระยะยาว การมีแรงงานต้นทุนต่ำจำนวนมาก อาจช่วยให้ภาคธุรกิจดำเนินต่อไปได้ในระยะสั้น แต่ในอีกด้านหนึ่งก็กลายเป็นแรงฉุดให้การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมล่าช้า เมื่อจำนวนแรงงานต่างด้าวยังอยู่ในระดับหลายล้านคน และกระจุกตัวในภาคเศรษฐกิจหลัก คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “ควรมีหรือไม่” แต่คือ “จะบริหารจัดการอย่างไร” เพื่อไม่ให้การพึ่งพากลายเป็นภาระในอนาคตในมุมของนักวิจัยด้านแรงงาน

คำตอบไม่ได้อยู่ที่การลดจำนวนแรงงานต่างด้าวเพียงอย่างเดียว แต่คือการเร่ง “ยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจ” ให้พึ่งพาเทคโนโลยีและผลิตภาพมากขึ้น แทนการยึดติดกับแรงงานราคาถูกเพราะหากประเทศไทยยังไม่สามารถขยับพ้นจากโมเดลเศรษฐกิจแบบเดิมได้ “แรงงานต่างด้าว” ก็จะยังคงเป็นทั้งเครื่องยนต์ขับเคลื่อน และในเวลาเดียวกัน ก็เป็นสัญญาณเตือนถึงข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่ประเทศยังไม่สามารถก้าวข้ามได้