เมื่อวันที่ 29 เมษายน นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข มีความมุ่งมั่นที่จะขยายโอกาสการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพให้กับประชาชนและบุคลากรภาครัฐ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดย ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กับ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดย นายศิโรจน์ แพทยพันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจความร่วมมือโครงการ “สะดวกรักษา รัฐสภาสุขใจ” โดยมีน.ส.สตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมเป็นสักขีพยาน โดยความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการใช้ศักยภาพของศูนย์การแพทย์แผนไทยฯ สาขารัฐสภา ในการให้บริการตรวจรักษาสุขภาพ ด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย ซึ่งเป็นแนวทางในการลดภาระด้านเวลาและลดความแออัดในสถานพยาบาลใหญ่
นายพัฒนา กล่าวว่า การดำเนินการนี้ จะช่วยให้เกิดการขยายผลใน 3 มิติสำคัญ คือ 1.การสร้างฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลการใช้บริการและการตอบสนองต่อการรักษา ด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยในกลุ่มคนทำงานออฟฟิศ (Office Syndrome) และผู้สูงอายุ เพื่อเป็นแนวทาง การรักษาให้เป็นมาตรฐานสากล 2.การที่ศูนย์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ตั้งอยู่ในรัฐสภา จะช่วยให้ฝ่ายนิติบัญญัติได้สัมผัสการรักษาด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยและสมุนไพรโดยตรง ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการใช้ภูมิปัญญาไทยในการส่งเสริม ป้องกัน และรักษาสุขภาพประชาชน ในเชิงนโยบายต่อไปในอนาคต 3.อนาคตโครงการนี้จะถูกขยายเข้าไปตั้งศูนย์บริการสุขภาพภายในส่วน ราชการอื่นๆ เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขของประเทศในภาพรวม โดยเน้นการรักษาที่ต้นเหตุ ด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย
ด้าน ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า สำหรับโครงการ “สะดวกรักษา รัฐสภาสุขใจ” เกิดขึ้นจากการผลักดันของคณะกรรมการผาสุกฯ นำโดย น.ส.สตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยกรมการแพทย์แผนไทยฯ ต้องการสร้างระบบการดูแลสุขภาพเชิงรุก โดยครอบคลุมตั้งแต่การตรวจคัดกรอง และการส่งต่อการรักษา ที่รวดเร็ว ซึ่งเป็นโมเดลต้นแบบของการจัดสวัสดิการสุขภาพในหน่วยงานภาครัฐเพื่อลดการเจ็บป่วยเรื้อรัง และ ส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกันก่อนป่วย อย่างมีประสิทธิภาพ


