สธ.ผนึกภาคีเครือข่าย เปิดหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางสระบุรี ลุยลดคิวโรคยาก-ซับซ้อน ตั้งเป้ารอคอยเป็นศูนย์

30.04.26 | 14:48 น.

เมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ ห้องประชุมวชิรเวช อาคารมหิตลาธิเบศร แพทยสภา นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) , พน.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และประธานนักศึกษา ปธพ. รุ่นที่ 12 ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ นายกแพทยสภา,นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี และ ประธานนักศึกษาหลักสูตรส่วนไม่ใช่แพทย์ ปธพ.12 (Non-MED), พล.อ.อ.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ นายณัฐพงศ์ รอดมี ผู้ช่วยเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า, พลโท นพ.สุรชัย รัศมีจิวานนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก และประธานโครงการหน่วยแพทย์อาสาฯ ปธพ.12 (MED), พันเอก นพ.ภาคย์ โลหารชุน แพทย์ใหญ่กองทัพภาคที่ 1 และประธานนักศึกษา ปนพ. รุ่นที่ 3 และพญ.ภาวิณี เอี่ยมจันทน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสระบุรี จังหวัดสระบุรี

ร่วมแถลงข่าวการดำเนิน “โครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 ครั้งที่ 11 ประจำปี 2569” โดยมีกำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 22–24 พฤษภาคม 2569 ที่ โรงพยาบาลสระบุรี จังหวัดสระบุรี เป็นความร่วมมือระหว่างมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ แพทยสภา กระทรวงสาธารณสุข สถาบันพระปกเกล้า และหน่วยงานภาคีเครือข่ายจากทุกภาคส่วน โดยมีนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์สำหรับผู้บริหารระดับสูง (ปธพ.) รุ่นที่ 12 และหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้นำทางการแพทย์ (ปนพ.) รุ่นที่ 3 ร่วมเป็นกำลังสำคัญในการดำเนินโครงการ

พล.อ.อ.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่ดำเนินการมาต่อเนื่องทุกปี โดยหมุนเวียนกันออกหน่วยไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทย ในครั้งนี้จะเปิดให้บริการตรวจสุขภาพ พระภิกษุสงฆ์ ประชาชน เด็ก เยาวชน ไปจนถึงผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส รวมถึงในราชทัณฑ์ โดยเปิดบริการให้ทำคลินิกทั้งหมด 16 กลุ่ม เฉพาะทาง 50 คลินิก เพื่อให้ได้รับบริการด้านสาธารณะสุขอย่างครบวงจร คาดว่าจะสามารถให้บริการในพื้นที่จังหวัดสระบุรีและจังหวัดใกล้เคียงได้ไม่น้อยกว่า 10,000 ราย โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

“เป็นการนำแพทย์ไปหาคนไข้ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่ได้รับประกาศณียบัตรจากแพทยสภาร่วมใจกับบุคลากรสาธารณสุข โดยตั้งเป้าหมายให้มีการลดคิวการรอคอย การรักษาโรคยาก โรคซับซ้อน ให้เหลือศูนย์ เนื่องจากการดูแลผู้ป่วยโรคยาก โรคซับซ้อนนั้นต้องใช้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งผู้ป่วยเหล่านี้จำเป็นต้องเดินทางไกลเข้ากรุงเทพฯ เพื่อรอคอยคิวพบแพทย์ยาวนาน รวมถึงมีคิวรอคอยในรพ.ตนเองเป็นจำนวนมาก การออกหน่วยแพทย์ จะเริ่มจากการสำรวจ คัดกรองผู้ป่วยในพื้นที่ เพื่อหาผู้ป่วยที่ตกค้าง รอคอยยาวนาน และส่งทีมแพทย์เข้าไปให้การรักษา นอกจากนี้ยังเป็นการถ่ายทอดความรู้ มีการให้ความรู้ด้านกฎหมายกับ อสม. พระสงฆ์ จิตอาสา รวมถึงการสอนการช่วยฟื้นฟูคืนชีพ” พล.อ.อ.นพ.อิทธพร กล่าว

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำและการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ โดยเฉพาะบริการเฉพาะทางสำหรับผู้ป่วยโรคที่ยากและซับซ้อน ซึ่งโครงการนี้นับเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเติมเต็มระบบบริการสุขภาพของประเทศ ทำให้ประชาชนในพื้นที่สามารถเข้าถึงการตรวจวินิจฉัยและรักษาที่มีคุรภาพได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที มีประโยชน์ในด้านการรักษาพยาบาลแล้ว ความร่วมมือในครั้งนี้ยังช่วยสร้างเสริมความเชื่อมโยงระหว่างองค์กรวิชาชีพ หน่วยบริการสุขภาพและภาคประชาชน นำไปสู่การพัฒนาระบบสุขภาพที่มีความยั่งยืน เข้มแข็ง ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้ดียิ่งขึ้น

Advertisement

“สธ.แม้จะมีภารกิจที่จะต้องดูแลประชาชนให้ครอบคลุมในทุกส่วนของภูมิภาคและจังหวัด แต่ยอมรับว่าในบางจุด บางช่วง ด้วยทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด การบริหารจัดการก็มีความจำเป็นที่จะต้องอาศัยภาคีเครือข่ายต่างๆ เข้ามาปิดจุดรอยรั่ว หรือบางอย่างแม้กระทั่งช่วยชี้นำทางต่างๆ ได้ด้วยและส่วนใดที่สามารถสนับสนุน ผลัดกันนำ ผลัดกันเดิน พร้อมให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันยกระบบบริการสุขภาพของประเทศให้แก่ประชาชนในทุกพื้นที่ สามารถเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม” นายพัฒนา กล่าว