สภาลูกจ้างยานยนต์ โวยนโยบายรัฐ ‘รถเก่าแลกEV’ หวั่นซัพพลายเชนพัง-จ้างงานสะเทือน
เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่ลานคนเมือง นายทศพร คูณศรี ประธานสภาลูกจ้างแรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย ในฐานะประธานจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2569 กล่าวถึงข้อร้องเรียนเพิ่มเติมต่อรัฐบาล โดยแสดงความกังวลต่อการเร่งผลักดันนโยบายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่อาจส่งผลกระทบต่อแรงงานในอุตสาหกรรมยานยนต์เดิมอย่างมีนัยสำคัญ ว่า
ปัจจุบันสถานการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์มีการแข่งขันสูง และอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากเครื่องยนต์สันดาปไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) นโยบายภาครัฐที่ผ่านมา ทั้งการลดภาษี EV และแนวคิดมาตรการ “เอารถเก่าแลกรถใหม่” พร้อมเงินสนับสนุนสูงถึง 100,000 บาท อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเดิม โดยเฉพาะแรงงานในระบบเครื่องยนต์สันดาป
“ยานยนต์ตาดำ ๆ ประมาณ 750,000 คน บวกกับพี่น้องที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับยานยนต์อีกประมาณ 5 ล้านคน มันจะเกิดอะไรขึ้น ซัพพลายเชนมันจะพังไหม การดำเนินนโยบายควรคำนึงถึงความสมดุล และปล่อยให้การแข่งขันเป็นไปตามกลไกตลาด ไม่ใช่การแทรกแซงหรืออุดหนุนจนกระทบฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ท่านต้องให้ตลาดยานยนต์แข่งขันกันตามกลไกของตลาด ไม่ใช่มีการแทรกแซง ไม่ใช่ไปอุ้มทุนนายทุนหนึ่ง” นายทศพร กล่าว
นายทศพร กล่าวว่า อุตสาหกรรมยานยนต์เดิม โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตจากต่างประเทศที่ลงทุนในไทยมาอย่างยาวนาน มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย โดยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจระดับสูง และเป็นฐานการจ้างงานหลักของประเทศ
“เขาอยู่คู่ประเทศไทยมาเกือบ 60 ปี สร้าง GDP เป็นอันดับ 4 ของประเทศ มูลค่าไม่ต่ำกว่า 400,000 ล้านบาท ทั้งส่งออกและผลิตในประเทศ” นายทศพร กล่าวและว่า หากนโยบายภาครัฐไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อแรงงาน อาจนำไปสู่การเลิกจ้างในวงกว้าง และส่งผลกระทบย้อนกลับต่อระบบแรงงานของประเทศ
“ถ้าพวกเขาอยู่ไม่ได้ ก็จะไม่มีการจ้างงาน กระทรวงแรงงานก็ต้องเตรียมรับปัญหา” นายทศพร กล่าว
นายทศพร กล่าวว่า นโยบายของรัฐต้องมีความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย และต้องมีมาตรการรองรับแรงงานในช่วงเปลี่ยนผ่านอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อพี่น้องผู้ใช้แรงงานในระยะยาว

